นายจ้างจ่ายประกันสังคมเท่าไร ปี 2569

กรอกเงินเดือนของลูกจ้างแต่ละคน เพื่อดูว่านายจ้างจ่ายเงินสมทบเดือนละเท่าไร หักจากลูกจ้างเท่าไร และต้องนำส่งสำนักงานประกันสังคมรวมเท่าไร ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ที่อัตราปกตินายจ้างจ่ายสูงสุดคนละ 875 บาทต่อเดือน

กรอกข้อมูล

ลูกจ้างและเงินเดือน

กรอกค่าจ้างต่อเดือนที่ใช้คำนวณเงินสมทบของแต่ละคน ชื่อไม่ต้องกรอกก็ได้ และจะไม่ถูกใส่ในลิงก์ผลลัพธ์

  1. ลูกจ้างคนที่ 1

  2. ลูกจ้างคนที่ 2

  3. ลูกจ้างคนที่ 3

เดือนที่จ่ายค่าจ้าง

เงินสมทบคิดตามเดือนที่นายจ้างจ่ายค่าจ้าง

ตัวเลือกเพิ่มเติม

ปกติไม่ต้องเลือก ใช้เมื่อต้องการตรวจเดือนที่มีประกาศลดเงินสมทบหรือขยายเวลานำส่งให้พื้นที่ประสบภัย ซึ่งดูจากจังหวัดที่นายจ้างขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานประกันสังคม

ผลคำนวณ

นายจ้างจ่ายเงินสมทบต่อเดือน

2,500 บาท

ลูกจ้าง 3 คน ค่าจ้างเดือนกันยายน 2569

นายจ้างจ่าย 5% ของค่าจ้างแต่ละคน คิดจากฐานไม่ต่ำกว่า 1,650 บาท และไม่เกิน 17,500 บาท

นำส่งพร้อมส่วนที่หักจากลูกจ้างภายในวันที่ 15 ตุลาคม 2569

เพิ่มขึ้น 250 บาท เทียบกับปี 2568 ที่นายจ้างจ่าย 2,250 บาท

กำหนดวันนำส่งในผลคำนวณยังไม่ได้เลื่อนตามวันหยุด และยังไม่รวมเวลาที่ขยายให้เมื่อยื่นแบบและนำส่งทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment)

ข้อควรทราบ

  • เราตรวจสอบประกาศลดเงินสมทบล่าสุดเมื่อ 29 กันยายน 2569 ยังไม่มีประกาศลดสำหรับเดือนหลังจากนั้น แต่หากมีประกาศลดสำหรับพื้นที่ประสบภัยออกมาภายหลัง อาจมีผลย้อนหลังได้
เงินสมทบรวมต่อเดือน
นายจ้างจ่าย 2,500 บาท
หักจากค่าจ้างลูกจ้าง 2,500 บาท
รวมนำส่งประกันสังคม 5,000 บาท

รัฐบาลสมทบเพิ่มอีก 1,375 บาท เป็นข้อมูลประกอบ ไม่ได้เรียกเก็บจากนายจ้างหรือลูกจ้าง

เงินสมทบรายคนต่อเดือน (บาท)
ลูกจ้าง เงินเดือน หักลูกจ้าง นายจ้างจ่าย
คนที่ 1 15,000 750 750
คนที่ 2 เพดาน 17,500 20,000 875 875
คนที่ 3 เพดาน 17,500 30,000 875 875
รวม 65,000 2,500 2,500
รวมทั้งปี 2569
นายจ้างจ่ายทั้งปี 30,000 บาท
หักจากลูกจ้างทั้งปี 30,000 บาท
รวมนำส่งทั้งปี 60,000 บาท

คิดจากลูกจ้างชุดนี้และค่าจ้างเท่านี้ทุกเดือนตลอดปี

อัปเดตข้อมูลล่าสุด:

ผลคำนวณเป็นการประมาณเพื่อใช้วางแผน โปรดตรวจสอบสิทธิจริงกับสำนักงานประกันสังคม

แหล่งอ้างอิงของผลนี้

นายจ้างจ่ายประกันสังคมเท่าไร คิดอย่างไร

ลูกจ้างที่ทำงานกับนายจ้างเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ทุกเดือนนายจ้างมีเงินสมทบ 2 ส่วนที่ต้องนำส่งสำนักงานประกันสังคม คือส่วนที่หักจากค่าจ้างของลูกจ้าง และส่วนที่นายจ้างจ่ายเอง โดยคิดแยกทีละคนดังนี้

  1. หาฐานค่าจ้างของลูกจ้างแต่ละคน ใช้ค่าจ้างที่จ่ายจริงในเดือนนั้น ถ้าต่ำกว่า 1,650 บาท ให้ใช้ 1,650 บาท ถ้าสูงกว่า 17,500 บาท ให้ใช้ 17,500 บาท (เพดานนี้ใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2571)
  2. คูณอัตราเงินสมทบ นายจ้าง 5% และลูกจ้าง 5% ของฐานค่าจ้าง ส่วนรัฐบาลสมทบเพิ่มอีก 2.75% ซึ่งไม่ได้เรียกเก็บจากนายจ้าง
  3. ปัดเศษเป็นจำนวนเต็มบาท ของแต่ละคน เศษตั้งแต่ 50 สตางค์ขึ้นไปปัดขึ้น ต่ำกว่านั้นปัดทิ้ง
  4. รวมทุกคน ได้ยอดที่นายจ้างจ่าย เมื่อรวมกับยอดที่หักจากลูกจ้างจะเป็นยอดที่ต้องนำส่งทั้งหมด

ที่อัตราปกติในปี 2569 นายจ้างจึงจ่ายอย่างน้อยคนละ 83 บาท และไม่เกินคนละ 875 บาท ต่อเดือน ยกเว้นเดือนมกราคม 2569 ถึงพฤษภาคม 2569 ใน 9 จังหวัดที่มีประกาศลดเงินสมทบ ซึ่งนายจ้างจ่ายคนละ 50 บาท ถึง 525 บาท

ที่อัตราปกติ นายจ้างจ่ายเท่ากับเงินที่หักจากค่าจ้างของลูกจ้างคนเดียวกัน ยอดที่นำส่งสำนักงานประกันสังคมจึงเป็น 2 เท่าของยอดที่นายจ้างจ่าย

นายจ้างต้องทำอะไรทุกเดือน

  • หักเงินสมทบส่วนของลูกจ้างจากค่าจ้างเมื่อจ่ายค่าจ้าง
  • นำส่งเงินสมทบทั้งส่วนของลูกจ้างและของนายจ้างภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่จ่ายค่าจ้าง เช่น ค่าจ้างที่จ่ายในเดือนกันยายน 2569 นำส่งภายในวันที่ 15 ตุลาคม 2569
  • ถ้ายื่นแบบและนำส่งเงินสมทบทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) มีประกาศกระทรวงแรงงานขยายกำหนดเวลาให้ สำหรับค่าจ้างในช่วงเดือนที่ประกาศกำหนด กำหนดวันในผลคำนวณยังไม่รวมเวลาที่ขยายนี้ ตรวจสอบกำหนดวันกับสำนักงานประกันสังคม
  • ค่าจ้างเดือนพฤศจิกายน 2568 ถึงเมษายน 2569 ของนายจ้างที่ขึ้นทะเบียนใน 9 จังหวัด (ตรัง นครศรีธรรมราช นราธิวาส ปัตตานี พัทลุง ยะลา สงขลา สตูล สุราษฎร์ธานี) ได้ขยายเวลายื่นแบบและนำส่งออกไป 6 เดือน ตั้งแต่ค่าจ้างเดือนพฤศจิกายน 2568 ที่นำส่งภายในวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ถึงค่าจ้างเดือนเมษายน 2569 ที่นำส่งภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2569 เลือกจังหวัดในเครื่องคำนวณเพื่อดูกำหนดวันของเดือนที่เลือก

ค่าจ้างเดือนไหน คิดเงินสมทบเดือนไหน

เงินสมทบคิดตามเดือนที่นายจ้างจ่ายค่าจ้าง ไม่ใช่เดือนที่ลูกจ้างทำงาน ถ้าในเดือนเดียวจ่ายหลายงวด เช่น ลูกจ้างรายวันหรือรายสัปดาห์ ให้รวมค่าจ้างทุกงวดของเดือนนั้นก่อน แล้วจึงเทียบกับฐานขั้นต่ำและเพดานเพียงครั้งเดียว เช่น ค่าจ้างที่จ่ายในเดือนมกราคม 2569 ใช้เพดาน 17,500 บาท แม้จะเป็นค่าจ้างของงานเดือนก่อนหน้า

ลูกจ้างที่ทำงานกับนายจ้างหลายแห่ง นายจ้างแต่ละแห่งคิดเงินสมทบแยกกันจากค่าจ้างที่ตนจ่าย จึงกรอกเฉพาะค่าจ้างที่นายจ้างของคุณจ่ายในเครื่องคำนวณนี้

ต้นทุนนายจ้างเมื่อเพดานค่าจ้างปรับขึ้น

กฎกระทรวงกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำและขั้นสูงที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบของผู้ประกันตนตามมาตรา 33 พ.ศ. 2568 ปรับเพดานค่าจ้างที่ใช้คำนวณเงินสมทบขึ้นเป็นช่วง นายจ้างที่มีลูกจ้างค่าจ้างสูงกว่าเพดานเดิมจะจ่ายเพิ่มตามไปด้วย (ตัวเลขด้านล่างคิดที่อัตราปกติ)

  • ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2571: เพดาน 17,500 บาท นายจ้างจ่ายสูงสุดคนละ 875 บาท ต่อเดือน
  • ตั้งแต่ 1 มกราคม 2572 ถึง 31 ธันวาคม 2574: เพดาน 20,000 บาท นายจ้างจ่ายสูงสุดคนละ 1,000 บาท ต่อเดือน
  • ตั้งแต่ 1 มกราคม 2575: เพดาน 23,000 บาท นายจ้างจ่ายสูงสุดคนละ 1,150 บาท ต่อเดือน

เช่น ร้านในตัวอย่างที่ 1 ด้านล่างจ่ายส่วนของนายจ้างเดือนละ 2,725 บาท ในเดือนกันยายน 2569 และจะจ่ายเดือนละ 2,850 บาท ตั้งแต่ 1 มกราคม 2572 ถ้าค่าจ้างเท่าเดิม

อ่านสรุปการเปลี่ยนแปลงของประกันสังคมได้ที่ประกันสังคมปี 2569 เปลี่ยนอะไรบ้าง

การลดเงินสมทบชั่วคราวและการเลือกจังหวัด

บางช่วงรัฐบาลลดอัตราเงินสมทบเป็นการชั่วคราว ทั้งทั่วประเทศและเฉพาะพื้นที่ที่ประสบภัยพิบัติร้ายแรง ประกาศเฉพาะพื้นที่ดูจากจังหวัดที่นายจ้างขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานประกันสังคม ครั้งล่าสุดคือค่าจ้างเดือนธันวาคม 2568 ถึงเดือนพฤษภาคม 2569 ใน 9 จังหวัด ลดเหลือฝ่ายละ 3%

เครื่องคำนวณนี้ใช้อัตราปกติเป็นค่าเริ่มต้น การลดทั่วประเทศในอดีตคิดให้อัตโนมัติตามเดือนที่เลือก ส่วนการลดเฉพาะพื้นที่และการขยายเวลานำส่ง ให้เลือกจังหวัดใน “ตัวเลือกเพิ่มเติม” ตรวจสอบประกาศล่าสุดเมื่อ 29 กันยายน 2569

แชร์ผลคำนวณให้ฝ่ายบัญชี

ปุ่ม “คัดลอกลิงก์ผลลัพธ์” คัดลอกลิงก์ที่เก็บเงินเดือนของแต่ละคนตามลำดับแถว เดือน และจังหวัดที่เลือก เช่น /social-security/employer/?s=15000,20000,30000&month=2569-09 ชื่อลูกจ้างที่กรอกจะไม่ถูกใส่ในลิงก์ ผู้ที่เปิดลิงก์จะเห็นตัวเลขชุดเดียวกันโดยช่องชื่อว่าง

ตัวอย่างการคำนวณ

คำนวณด้วยสูตรเดียวกับเครื่องคำนวณด้านบน สำหรับค่าจ้างที่จ่ายในเดือนกันยายน 2569

ตัวอย่างที่ 1: ร้านที่มีลูกจ้าง 4 คน

นายจ้างจ่าย 5% ของฐานค่าจ้างของแต่ละคน รวมเดือนละ 2,725 บาท และหักจากค่าจ้างของลูกจ้างรวม 2,725 บาท จึงนำส่งสำนักงานประกันสังคมรวม 5,450 บาท ภายในวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ถ้าค่าจ้างเท่านี้ทั้งปี 2569 นายจ้างจ่ายรวม 32,700 บาท

ตัวอย่างที่ 1: ร้านที่มีลูกจ้าง 4 คน
ลูกจ้างคนที่ 1 เงินเดือน 9,000 บาท 450 บาท
ลูกจ้างคนที่ 2 เงินเดือน 12,000 บาท 600 บาท
ลูกจ้างคนที่ 3 เงินเดือน 16,000 บาท 800 บาท
ลูกจ้างคนที่ 4 เงินเดือน 25,000 บาท คิดจากเพดาน 17,500 บาท 875 บาท
นายจ้างจ่ายรวมต่อเดือน 2,725 บาท

ตัวอย่างที่ 2: ร้านเดียวกันเมื่อเพดานเป็น 20,000 บาท

ตั้งแต่ 1 มกราคม 2572 ลูกจ้างที่เงินเดือนเกินเพดานเดิมถูกคิดจากฐานที่สูงขึ้น ส่วนของนายจ้างรวมจึงเป็นเดือนละ 2,850 บาท เพิ่มขึ้น 125 บาท จากเดือนกันยายน 2569 ส่วนลูกจ้างที่เงินเดือนไม่เกินเพดานเดิมจ่ายเท่าเดิม (คิดที่อัตราปกติ)

ตัวอย่างที่ 2: ร้านเดียวกันเมื่อเพดานเป็น 20,000 บาท
ลูกจ้างคนที่ 1 เงินเดือน 9,000 บาท 450 บาท
ลูกจ้างคนที่ 2 เงินเดือน 12,000 บาท 600 บาท
ลูกจ้างคนที่ 3 เงินเดือน 16,000 บาท 800 บาท
ลูกจ้างคนที่ 4 เงินเดือน 25,000 บาท คิดจากเพดาน 20,000 บาท 1,000 บาท
นายจ้างจ่ายรวมต่อเดือน 2,850 บาท

ตัวอย่างที่ 3: ค่าจ้างทั้งเดือนต่ำกว่าฐานขั้นต่ำ

ลูกจ้างที่ได้ค่าจ้างทั้งเดือนรวม 1,500 บาท ต่ำกว่าฐานขั้นต่ำ จึงคิดจากฐาน 1,650 บาท นายจ้างจ่าย 83 บาท และหักจากลูกจ้าง 83 บาท

ตัวอย่างที่ 3: ค่าจ้างทั้งเดือนต่ำกว่าฐานขั้นต่ำ
ค่าจ้างที่จ่ายในเดือน 1,500 บาท
ฐานค่าจ้างที่ใช้คำนวณ 1,650 บาท
นายจ้างจ่าย 5% 83 บาท
ลูกจ้างจ่าย 5% 83 บาท
รวมนำส่งประกันสังคม 166 บาท

คำถามที่พบบ่อย

นายจ้างต้องจ่ายประกันสังคมให้ลูกจ้างคนละเท่าไหร่

นายจ้างจ่ายเงินสมทบ 5% ของค่าจ้างของลูกจ้างแต่ละคน โดยคิดจากฐานค่าจ้างไม่ต่ำกว่า 1,650 บาท และไม่เกิน 17,500 บาท ที่อัตราปกติในปี 2569 นายจ้างจึงจ่ายอย่างน้อยคนละ 83 บาท และไม่เกินคนละ 875 บาท ต่อเดือน เท่ากับเงินที่หักจากค่าจ้างของลูกจ้างคนนั้น ยกเว้นเดือนมกราคม 2569 ถึงพฤษภาคม 2569 ใน 9 จังหวัดที่มีประกาศลดเงินสมทบ ซึ่งนายจ้างจ่ายคนละ 50 บาท ถึง 525 บาท

นายจ้างต้องนำส่งเงินสมทบประกันสังคมภายในวันที่เท่าไร

นายจ้างหักเงินสมทบส่วนของลูกจ้างจากค่าจ้างทุกครั้งที่จ่ายค่าจ้าง แล้วนำส่งพร้อมเงินสมทบส่วนของนายจ้างภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่จ่ายค่าจ้าง เช่น ค่าจ้างที่จ่ายในเดือนกันยายน 2569 นำส่งภายในวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ถ้ายื่นแบบและนำส่งเงินสมทบทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) มีประกาศกระทรวงแรงงานขยายกำหนดเวลาให้สำหรับค่าจ้างในช่วงเดือนที่ประกาศกำหนด เครื่องคำนวณนี้ยังไม่รวมเวลาที่ขยายนี้ และไม่ได้เลื่อนกำหนดวันตามวันหยุด ตรวจสอบกำหนดวันกับสำนักงานประกันสังคม ส่วนค่าจ้างเดือนพฤศจิกายน 2568 ถึงเมษายน 2569 นายจ้างที่ขึ้นทะเบียนใน 9 จังหวัดที่มีประกาศ ได้ขยายเวลานำส่งออกไป 6 เดือน เช่น ค่าจ้างเดือนพฤศจิกายน 2568 นำส่งภายในวันที่ 15 มิถุนายน 2569

ลูกจ้างเงินเดือนเกิน 17,500 บาท นายจ้างจ่ายเท่าไร

ที่อัตราปกตินายจ้างจ่ายคนละ 875 บาท ต่อเดือน เท่ากันทุกคนที่ค่าจ้างถึงเพดาน เพราะเงินสมทบคิดจากฐานไม่เกิน 17,500 บาท เช่น ลูกจ้างเงินเดือน 30,000 บาท นายจ้างจ่าย 875 บาท ยกเว้นเดือนมกราคม 2569 ถึงพฤษภาคม 2569 ใน 9 จังหวัดที่มีประกาศลดเงินสมทบ ซึ่งนายจ้างจ่ายคนละ 525 บาท

ลูกจ้างรายวันหรือทำงานไม่เต็มเดือน คิดเงินสมทบอย่างไร

เงินสมทบคิดจากค่าจ้างที่นายจ้างจ่ายจริงในเดือนนั้น ถ้าในเดือนเดียวจ่ายหลายงวด เช่น จ่ายเป็นรายวันหรือรายสัปดาห์ ให้รวมทุกงวดของเดือนก่อน แล้วจึงเทียบกับฐานขั้นต่ำและเพดาน ถ้ารวมแล้วต่ำกว่า 1,650 บาท ให้คิดจาก 1,650 บาท เช่น ค่าจ้างทั้งเดือน 1,500 บาท นายจ้างจ่าย 83 บาท และหักจากลูกจ้าง 83 บาท (ที่อัตราของเดือนกันยายน 2569)

ปี 2572 นายจ้างต้องจ่ายประกันสังคมเพิ่มไหม

ตามกฎกระทรวงที่ประกาศแล้ว ตั้งแต่ 1 มกราคม 2572 เพดานค่าจ้างเพิ่มเป็น 20,000 บาท ที่อัตราปกตินายจ้างจึงจ่ายสูงสุดคนละ 1,000 บาท ต่อเดือน เพิ่มจากปัจจุบันคนละ 125 บาท สำหรับลูกจ้างที่ค่าจ้างตั้งแต่ 20,000 บาท ขึ้นไป และตั้งแต่ 1 มกราคม 2575 เพดานเป็น 23,000 บาท นายจ้างจ่ายสูงสุดคนละ 1,150 บาท ส่วนลูกจ้างที่ค่าจ้างไม่เกิน 17,500 บาท นายจ้างจ่ายเท่าเดิม เลือกเดือนในเครื่องคำนวณเพื่อดูยอดของลูกจ้างทั้งหมดในปีนั้น

ลูกจ้างทำงานกับนายจ้าง 2 แห่ง นายจ้างแต่ละแห่งต้องจ่ายอย่างไร

นายจ้างแต่ละแห่งคิดเงินสมทบแยกกัน จากค่าจ้างที่ตนจ่ายภายใต้ฐานขั้นต่ำและเพดานเดียวกัน แล้วนำส่งส่วนของตนเอง ถ้าลูกจ้างถูกหักรวมกันเกินจำนวนสูงสุดของเดือน ลูกจ้างขอคืนส่วนที่เกินจากสำนักงานประกันสังคมได้ (แบบ สปส.1-23/2)

ทำไมบางเดือนนายจ้างจ่ายเงินสมทบน้อยกว่าปกติ

รัฐบาลลดอัตราเงินสมทบเป็นการชั่วคราวได้ ทั้งแบบทั่วประเทศและเฉพาะพื้นที่ประสบภัยพิบัติร้ายแรง (ประกาศลดเฉพาะพื้นที่แต่ละครั้งไม่เกิน 6 เดือน) ครั้งล่าสุดคือเดือนธันวาคม 2568 ถึงพฤษภาคม 2569 ใน 9 จังหวัด ลดเหลือฝ่ายละ 3% โดยดูจากจังหวัดที่นายจ้างขึ้นทะเบียนกับสำนักงานประกันสังคม เลือกจังหวัดได้ใน “ตัวเลือกเพิ่มเติม” ของเครื่องคำนวณ ประกาศออกมาหลังจากบางเดือนนำส่งในอัตราเต็มไปแล้ว ส่วนที่จ่ายเกินขอคืนได้ตามประกาศ ตรวจสอบล่าสุดเมื่อ 29 กันยายน 2569 ยังไม่มีประกาศลดสำหรับเดือนหลังจากเดือนพฤษภาคม 2569

รัฐบาลจ่ายเงินสมทบประกันสังคมด้วยไหม

รัฐบาลสมทบอีก 2.75% ของฐานค่าจ้าง เช่น ที่ฐาน 17,500 บาท รัฐบาลสมทบ 481.25 บาท ต่อคนต่อเดือน เงินส่วนนี้ไม่ได้เรียกเก็บจากนายจ้างหรือลูกจ้าง เครื่องคำนวณแสดงไว้เป็นข้อมูลประกอบเท่านั้น

เงินสมทบส่วนของนายจ้าง ลูกจ้างนำไปลดหย่อนภาษีได้ไหม

ไม่ได้ ลูกจ้างลดหย่อนภาษีได้เฉพาะเงินสมทบส่วนที่ตนเองถูกหักจากค่าจ้าง ส่วนที่นายจ้างและรัฐบาลจ่ายนำมาลดหย่อนของลูกจ้างไม่ได้

ลิงก์ผลลัพธ์เก็บข้อมูลอะไรบ้าง ชื่อลูกจ้างจะติดไปด้วยไหม

ลิงก์เก็บเฉพาะเงินเดือนของแต่ละคนตามลำดับแถว เดือนที่จ่ายค่าจ้าง และจังหวัด (ถ้าเลือก) เช่น /social-security/employer/?s=15000,20000,30000&month=2569-09 ชื่อที่กรอกไม่ถูกใส่ในลิงก์และไม่ถูกส่งไปที่ใด เมื่อเปิดลิงก์ ช่องชื่อจะว่าง ส่วนตัวเลขจะคำนวณใหม่ในเครื่องของผู้เปิด

แหล่งอ้างอิง