นายจ้างจ่ายประกันสังคมเท่าไร คิดอย่างไร
ลูกจ้างที่ทำงานกับนายจ้างเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ทุกเดือนนายจ้างมีเงินสมทบ 2 ส่วนที่ต้องนำส่งสำนักงานประกันสังคม คือส่วนที่หักจากค่าจ้างของลูกจ้าง และส่วนที่นายจ้างจ่ายเอง โดยคิดแยกทีละคนดังนี้
- หาฐานค่าจ้างของลูกจ้างแต่ละคน ใช้ค่าจ้างที่จ่ายจริงในเดือนนั้น ถ้าต่ำกว่า 1,650 บาท ให้ใช้ 1,650 บาท ถ้าสูงกว่า 17,500 บาท ให้ใช้ 17,500 บาท (เพดานนี้ใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2571)
- คูณอัตราเงินสมทบ นายจ้าง 5% และลูกจ้าง 5% ของฐานค่าจ้าง ส่วนรัฐบาลสมทบเพิ่มอีก 2.75% ซึ่งไม่ได้เรียกเก็บจากนายจ้าง
- ปัดเศษเป็นจำนวนเต็มบาท ของแต่ละคน เศษตั้งแต่ 50 สตางค์ขึ้นไปปัดขึ้น ต่ำกว่านั้นปัดทิ้ง
- รวมทุกคน ได้ยอดที่นายจ้างจ่าย เมื่อรวมกับยอดที่หักจากลูกจ้างจะเป็นยอดที่ต้องนำส่งทั้งหมด
ที่อัตราปกติในปี 2569 นายจ้างจึงจ่ายอย่างน้อยคนละ 83 บาท และไม่เกินคนละ 875 บาท ต่อเดือน ยกเว้นเดือนมกราคม 2569 ถึงพฤษภาคม 2569 ใน 9 จังหวัดที่มีประกาศลดเงินสมทบ ซึ่งนายจ้างจ่ายคนละ 50 บาท ถึง 525 บาท
ที่อัตราปกติ นายจ้างจ่ายเท่ากับเงินที่หักจากค่าจ้างของลูกจ้างคนเดียวกัน ยอดที่นำส่งสำนักงานประกันสังคมจึงเป็น 2 เท่าของยอดที่นายจ้างจ่าย
นายจ้างต้องทำอะไรทุกเดือน
- หักเงินสมทบส่วนของลูกจ้างจากค่าจ้างเมื่อจ่ายค่าจ้าง
- นำส่งเงินสมทบทั้งส่วนของลูกจ้างและของนายจ้างภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดจากเดือนที่จ่ายค่าจ้าง เช่น ค่าจ้างที่จ่ายในเดือนกันยายน 2569 นำส่งภายในวันที่ 15 ตุลาคม 2569
- ถ้ายื่นแบบและนำส่งเงินสมทบทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) มีประกาศกระทรวงแรงงานขยายกำหนดเวลาให้ สำหรับค่าจ้างในช่วงเดือนที่ประกาศกำหนด กำหนดวันในผลคำนวณยังไม่รวมเวลาที่ขยายนี้ ตรวจสอบกำหนดวันกับสำนักงานประกันสังคม
- ค่าจ้างเดือนพฤศจิกายน 2568 ถึงเมษายน 2569 ของนายจ้างที่ขึ้นทะเบียนใน 9 จังหวัด (ตรัง นครศรีธรรมราช นราธิวาส ปัตตานี พัทลุง ยะลา สงขลา สตูล สุราษฎร์ธานี) ได้ขยายเวลายื่นแบบและนำส่งออกไป 6 เดือน ตั้งแต่ค่าจ้างเดือนพฤศจิกายน 2568 ที่นำส่งภายในวันที่ 15 มิถุนายน 2569 ถึงค่าจ้างเดือนเมษายน 2569 ที่นำส่งภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2569 เลือกจังหวัดในเครื่องคำนวณเพื่อดูกำหนดวันของเดือนที่เลือก
ค่าจ้างเดือนไหน คิดเงินสมทบเดือนไหน
เงินสมทบคิดตามเดือนที่นายจ้างจ่ายค่าจ้าง ไม่ใช่เดือนที่ลูกจ้างทำงาน ถ้าในเดือนเดียวจ่ายหลายงวด เช่น ลูกจ้างรายวันหรือรายสัปดาห์ ให้รวมค่าจ้างทุกงวดของเดือนนั้นก่อน แล้วจึงเทียบกับฐานขั้นต่ำและเพดานเพียงครั้งเดียว เช่น ค่าจ้างที่จ่ายในเดือนมกราคม 2569 ใช้เพดาน 17,500 บาท แม้จะเป็นค่าจ้างของงานเดือนก่อนหน้า
ลูกจ้างที่ทำงานกับนายจ้างหลายแห่ง นายจ้างแต่ละแห่งคิดเงินสมทบแยกกันจากค่าจ้างที่ตนจ่าย จึงกรอกเฉพาะค่าจ้างที่นายจ้างของคุณจ่ายในเครื่องคำนวณนี้
ต้นทุนนายจ้างเมื่อเพดานค่าจ้างปรับขึ้น
กฎกระทรวงกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำและขั้นสูงที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบของผู้ประกันตนตามมาตรา 33 พ.ศ. 2568 ปรับเพดานค่าจ้างที่ใช้คำนวณเงินสมทบขึ้นเป็นช่วง นายจ้างที่มีลูกจ้างค่าจ้างสูงกว่าเพดานเดิมจะจ่ายเพิ่มตามไปด้วย (ตัวเลขด้านล่างคิดที่อัตราปกติ)
- ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2571: เพดาน 17,500 บาท นายจ้างจ่ายสูงสุดคนละ 875 บาท ต่อเดือน
- ตั้งแต่ 1 มกราคม 2572 ถึง 31 ธันวาคม 2574: เพดาน 20,000 บาท นายจ้างจ่ายสูงสุดคนละ 1,000 บาท ต่อเดือน
- ตั้งแต่ 1 มกราคม 2575: เพดาน 23,000 บาท นายจ้างจ่ายสูงสุดคนละ 1,150 บาท ต่อเดือน
เช่น ร้านในตัวอย่างที่ 1 ด้านล่างจ่ายส่วนของนายจ้างเดือนละ 2,725 บาท ในเดือนกันยายน 2569 และจะจ่ายเดือนละ 2,850 บาท ตั้งแต่ 1 มกราคม 2572 ถ้าค่าจ้างเท่าเดิม
อ่านสรุปการเปลี่ยนแปลงของประกันสังคมได้ที่ประกันสังคมปี 2569 เปลี่ยนอะไรบ้าง
การลดเงินสมทบชั่วคราวและการเลือกจังหวัด
บางช่วงรัฐบาลลดอัตราเงินสมทบเป็นการชั่วคราว ทั้งทั่วประเทศและเฉพาะพื้นที่ที่ประสบภัยพิบัติร้ายแรง ประกาศเฉพาะพื้นที่ดูจากจังหวัดที่นายจ้างขึ้นทะเบียนไว้กับสำนักงานประกันสังคม ครั้งล่าสุดคือค่าจ้างเดือนธันวาคม 2568 ถึงเดือนพฤษภาคม 2569 ใน 9 จังหวัด ลดเหลือฝ่ายละ 3%
เครื่องคำนวณนี้ใช้อัตราปกติเป็นค่าเริ่มต้น การลดทั่วประเทศในอดีตคิดให้อัตโนมัติตามเดือนที่เลือก ส่วนการลดเฉพาะพื้นที่และการขยายเวลานำส่ง ให้เลือกจังหวัดใน “ตัวเลือกเพิ่มเติม” ตรวจสอบประกาศล่าสุดเมื่อ 29 กันยายน 2569
แชร์ผลคำนวณให้ฝ่ายบัญชี
ปุ่ม “คัดลอกลิงก์ผลลัพธ์” คัดลอกลิงก์ที่เก็บเงินเดือนของแต่ละคนตามลำดับแถว เดือน และจังหวัดที่เลือก เช่น
/social-security/employer/?s=15000,20000,30000&month=2569-09 ชื่อลูกจ้างที่กรอกจะไม่ถูกใส่ในลิงก์ ผู้ที่เปิดลิงก์จะเห็นตัวเลขชุดเดียวกันโดยช่องชื่อว่าง