ประกันสังคมปี 2569 เปลี่ยนอะไรบ้าง

สรุปเรื่องหลักที่มีผลตั้งแต่ปี 2568 ถึงปี 2569 พร้อมวันที่มีผล ตัวเลขก่อนและหลัง และแหล่งอ้างอิง รวมถึงเรื่องที่เป็นข่าวแต่ยังไม่มีผลบังคับใช้

อัปเดตข้อมูลล่าสุด:

สรุปสั้น ๆ

สิ่งที่เปลี่ยน ปี 2568–2569
เรื่อง เดิมใหม่มีผลตั้งแต่
เงินสงเคราะห์บุตร ม.33 ม.39 800 บาท ต่อคนต่อเดือน 1,000 บาท ต่อคนต่อเดือน 1 มกราคม 2568
เงินว่างงาน กรณีถูกเลิกจ้าง 50% ของค่าจ้างเฉลี่ย 60% ของค่าจ้างเฉลี่ย 28 มิถุนายน 2568
ลดเงินสมทบชั่วคราว 9 จังหวัด ฝ่ายละ 5% / ม.39 432 บาท ฝ่ายละ 3% / ม.39 283 บาท 1 ธันวาคม 2568 ถึง 31 พฤษภาคม 2569
เพดานค่าจ้าง ม.33 15,000 บาท 17,500 บาท 1 มกราคม 2569
ลูกจ้าง ม.33 ถูกหักสูงสุด 750 บาท ต่อเดือน 875 บาท ต่อเดือน 1 มกราคม 2569
ม.40 ไปพบแพทย์ 50 บาท ต่อครั้ง 200 บาท ต่อครั้ง 1 มกราคม 2569
ม.40 ทุพพลภาพ 500–1,000 บาท ต่อเดือน 1,000–3,000 บาท ต่อเดือน ตลอดชีวิต 1 มกราคม 2569
ม.40 ทางเลือกที่ 3 สงเคราะห์บุตร 200 บาท ถึงอายุ 6 ปี 300 บาท ถึงอายุ 7 ปี 1 มกราคม 2569
ลดหย่อนภาษี ม.33 สูงสุด 9,000 บาท 10,500 บาท ปีภาษี 2569
ผลตอบแทนเงินออม ม.40 4.19% (แหล่งข้อมูลรอง) 3.58% (แหล่งข้อมูลรอง) 1 เมษายน 2569
ผลตอบแทนบำเหน็จชราภาพ 2.81% 2.97% 2 เมษายน 2569

ตัวเลขเงินสมทบเป็นอัตราปกติ (เดือนมกราคม 2569 ถึงพฤษภาคม 2569 ใน 9 จังหวัดที่มีประกาศลดเงินสมทบ ลูกจ้าง ม.33 ถูกหักเดือนละ 50–525 บาท และผู้ประกันตน ม.39 จ่ายเดือนละ 283 บาท) ตัวเลขลดหย่อนภาษีของ ม.33 คิดจากเงินเดือนเต็มเพดานทุกเดือน

เพดานค่าจ้าง ม.33 เพิ่มเป็น 17,500 บาท

ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 กฎกระทรวงปรับเพดานค่าจ้างที่ใช้คำนวณเงินสมทบ ม.33 จาก 15,000 บาท เป็น 17,500 บาท ใช้ถึง 31 ธันวาคม 2571 ส่วนฐานขั้นต่ำยังเป็น 1,650 บาท ลูกจ้างจ่าย 5% ของค่าจ้างเท่าเดิม แต่คนที่เงินเดือนเกิน 15,000 บาท ถูกหักมากขึ้น สูงสุดเดือนละ 875 บาท ที่อัตราปกติ (เดิม 750 บาท) นายจ้างจ่ายสมทบเพิ่มเท่ากับลูกจ้าง ส่วนเดือนมกราคม 2569 ถึงพฤษภาคม 2569 ใน 9 จังหวัดที่มีประกาศลดเงินสมทบ ลูกจ้าง ม.33 ถูกหักเดือนละ 50–525 บาท และผู้ประกันตน ม.39 จ่ายเดือนละ 283 บาท

เพดานใหม่ใช้กับค่าจ้างที่จ่ายตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 เพราะเงินสมทบนับตามเดือนที่จ่ายค่าจ้าง ค่าจ้างของงานเดือนก่อนที่จ่ายในเดือนมกราคม 2569 จึงใช้เพดาน 17,500 บาท แล้ว

เงินเดือนเท่านี้ ถูกหักเพิ่มเท่าไร

เงินสมทบที่ลูกจ้างถูกหักต่อเดือน ที่อัตราปกติ
เงินเดือน ธ.ค. 2568 ม.ค. 2569 ต่างกัน
12,000 บาท 600 บาท 600 บาท เท่าเดิม
15,000 บาท 750 บาท 750 บาท เท่าเดิม
16,000 บาท 750 บาท 800 บาท เพิ่มขึ้น 50 บาท
17,500 บาท 750 บาท 875 บาท เพิ่มขึ้น 125 บาท
20,000 บาท 750 บาท 875 บาท เพิ่มขึ้น 125 บาท
50,000 บาท 750 บาท 875 บาท เพิ่มขึ้น 125 บาท

คนที่เงินเดือนไม่เกิน 15,000 บาท ถูกหักเท่าเดิม · คำนวณเงินสมทบ ม.33 · เงินเดือนเท่าไหร่ หักประกันสังคมเท่าไหร่ · นายจ้างจ่ายประกันสังคมเท่าไหร่

เพดานค่าจ้างแต่ละช่วง

  1. ก่อน 2569 ช่วงของเดือนที่เลือก

    เพดานค่าจ้าง 15,000 บาท · หักสูงสุดต่อเดือน 750 บาท

  2. 2569–2571 ช่วงของเดือนที่เลือก

    เพดานค่าจ้าง 17,500 บาท · หักสูงสุดต่อเดือน 875 บาท

  3. 2572–2574 ช่วงของเดือนที่เลือก

    เพดานค่าจ้าง 20,000 บาท · หักสูงสุดต่อเดือน 1,000 บาท

  4. 2575 เป็นต้นไป ช่วงของเดือนที่เลือก

    เพดานค่าจ้าง 23,000 บาท · หักสูงสุดต่อเดือน 1,150 บาท

กฎกระทรวงฉบับเดียวกันกำหนดเพดานช่วงถัดไปไว้แล้ว 20,000 บาท ตั้งแต่ 1 มกราคม 2572 (หักสูงสุดเดือนละ 1,000 บาท) และ 23,000 บาท ตั้งแต่ 1 มกราคม 2575 (หักสูงสุดเดือนละ 1,150 บาท)

เงินทดแทนที่เพิ่มตามเพดานใหม่

เงินทดแทนกรณีเจ็บป่วย คลอดบุตร และว่างงาน คิดจากค่าจ้างเฉลี่ยรายวัน ซึ่งใช้ค่าจ้าง 3 เดือนที่สูงที่สุดในช่วง 15 เดือนก่อนเดือนที่เริ่มมีสิทธิ โดยแต่ละเดือนคิดไม่เกินเพดานของเดือนนั้น เพดานที่สูงขึ้นจึงทำให้เงินทดแทนสูงสุดเพิ่มขึ้นด้วย

เงินทดแทนสูงสุดของคนที่ค่าจ้างเต็มเพดาน
รายการ เพดาน 15,000 บาท เพดาน 17,500 บาท
เงินทดแทนเจ็บป่วย ต่อวัน 250 บาท 291.67 บาท
เงินหยุดงานเพื่อคลอดบุตร 22,500 บาท 26,250 บาท
เงินว่างงาน ถูกเลิกจ้าง ต่อ 30 วัน 9,000 บาท 10,500 บาท
เงินว่างงาน ลาออก ต่อ 30 วัน 4,500 บาท 5,250 บาท

แต่จะเพิ่มเต็มที่เมื่อ 3 เดือนที่ใช้คิดอยู่หลังเพดานใหม่ทั้งหมด คนที่ค่าจ้างเต็มเพดานและเริ่มมีสิทธิช่วงต้นปีจึงได้เงินว่างงานน้อยกว่าคนที่เริ่มมีสิทธิตั้งแต่เดือนเมษายน 2569

เงินว่างงานกรณีถูกเลิกจ้าง ของคนที่ค่าจ้างเต็มเพดาน ตามเดือนที่เริ่มมีสิทธิ
เดือนที่เริ่มมีสิทธิ ต่อวัน ต่อ 30 วัน
มกราคม 2569 300 บาท 9,000 บาท
กุมภาพันธ์ 2569 316.67 บาท 9,500 บาท
มีนาคม 2569 333.33 บาท 10,000 บาท
เมษายน 2569 350 บาท 10,500 บาท

บำนาญชราภาพคิดจากค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย แต่ละเดือนตามเพดานของเดือนนั้น ค่าจ้างเฉลี่ยจึงค่อย ๆ เพิ่ม คนที่สิ้นสภาพผู้ประกันตนเดือนกันยายน 2569 มีค่าจ้างเฉลี่ยได้สูงสุด 15,375 บาท ไม่ใช่ 17,500 บาท · เงินว่างงานประกันสังคม · เงินทดแทนขาดรายได้ กรณีเจ็บป่วย · เงินคลอดบุตรประกันสังคม · คำนวณบำนาญชราภาพ

ที่มา

ลดเงินสมทบชั่วคราว 9 จังหวัด

ประกาศลดเงินสมทบสำหรับพื้นที่ประสบภัย 9 จังหวัด ได้แก่ ตรัง นครศรีธรรมราช นราธิวาส ปัตตานี พัทลุง ยะลา สงขลา สตูล สุราษฎร์ธานี ตั้งแต่ค่าจ้างเดือนธันวาคม 2568 ถึงเดือนพฤษภาคม 2569 ลูกจ้างจ่าย 3% และนายจ้างจ่าย 3% (ปกติฝ่ายละ 5%) ส่วนรัฐบาลจ่ายเท่าเดิม ม.33 จังหวัดดูจากจังหวัดที่นายจ้างขึ้นทะเบียน

ลูกจ้างถูกหักสูงสุด เดือนละ 450 บาท ในเดือนธันวาคม 2568 และ เดือนละ 525 บาท ในเดือนมกราคม 2569 ถึงพฤษภาคม 2569 ผู้ประกันตน ม.39 ที่ขึ้นทะเบียนในจังหวัดเหล่านี้จ่ายเดือนละ 283 บาท (ปกติ 432 บาท)

ประกาศลดเงินสมทบของพื้นที่นี้ออกมาหลังจากบางเดือนจ่ายในอัตราเต็มไปแล้ว ส่วนที่จ่ายเกินขอคืนได้ตามประกาศ

นอกจากนี้ยังขยายกำหนดยื่นแบบและนำส่งเงินสมทบของค่าจ้างเดือนพฤศจิกายน 2568 ถึงเดือนเมษายน 2569 ออกไปอีก 6 เดือน ทั้ง ม.33 และ ม.39

ปีภาษี 2569 ลูกจ้าง ม.33 ในจังหวัดเหล่านี้จึงลดหย่อนภาษีจากเงินสมทบได้สูงสุด 8,750 บาท ส่วน ม.39 ขึ้นกับวันที่จ่ายจริง 4,439–5,154 บาท ให้ดูยอดจากหนังสือรับรองการส่งเงินสมทบ

หลังจากนั้นยังไม่มีประกาศลดเงินสมทบ ข้อมูล ณ 29 กันยายน 2569

เงินว่างงานกรณีถูกเลิกจ้างเพิ่มเป็น 60%

ผู้ประกันตน ม.33 ที่ถูกเลิกจ้างตั้งแต่ 28 มิถุนายน 2568 ได้เงินทดแทนกรณีว่างงาน 60% ของค่าจ้างเฉลี่ยรายวัน (เดิม 50%) นานสุด 180 วันต่อครั้ง ส่วนการลาออกหรือสัญญาจ้างสิ้นสุดยังได้ 30% นานสุด 90 วันเท่าเดิม

ถ้าค่าจ้างเต็มเพดาน 17,500 บาท ทุกเดือนในช่วงที่ใช้คิด ถูกเลิกจ้างได้วันละ 350 บาท หรือ 10,500 บาท ต่อ 30 วัน รวมสูงสุด 63,000 บาท ลาออกได้ 5,250 บาท ต่อ 30 วัน รวมสูงสุด 15,750 บาท

เครื่องคำนวณของเราเลือกอัตราตามวันที่ถูกเลิกจ้าง ถ้าถูกเลิกจ้างก่อน 28 มิถุนายน 2568 ใช้อัตรา 50% ตลอดทั้งช่วงที่ได้รับเงิน เพราะกฎกระทรวงฉบับใหม่ไม่มีบทเฉพาะกาล ถ้าการว่างงานคาบเกี่ยววันนั้น ควรสอบถามสำนักงานประกันสังคม

เงินว่างงานประกันสังคม

เงินสงเคราะห์บุตรเพิ่มเป็นเดือนละ 1,000 บาท

ตั้งแต่ 1 มกราคม 2568 ผู้ประกันตน ม.33 และ ม.39 ได้เงินสงเคราะห์บุตรเดือนละ 1,000 บาท ต่อบุตร 1 คน (เดิม 800 บาท) ไม่เกินคราวละ 3 คน ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 6 ปี ต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือนในช่วง 36 เดือนก่อนเดือนที่มีสิทธิ ถ้าพ่อและแม่เป็นผู้ประกันตนทั้งคู่ ใช้สิทธิได้คนเดียว

บุตร 1 คนจึงได้ปีละ 12,000 บาท (เดิม 9,600 บาท) · เงินสงเคราะห์บุตร

ม.40 ได้สิทธิประโยชน์ใหม่

พระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 5 ปรับสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน ม.40 ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 โดยเงินสมทบยังเท่าเดิม เดือนละ 70 / 100 / 300 บาท ตามทางเลือก

สิทธิ ม.40 ก่อนและหลัง 1 มกราคม 2569
รายการ เดิมใหม่
นอนโรงพยาบาล ทางเลือกที่ 1 และ 2 วันละ 300 บาท วันละ 300 บาท ทุกทางเลือก (ทางเลือกที่ 1 และ 2 เท่าเดิม)
หยุดพักตามคำสั่งแพทย์ ทางเลือกที่ 1 และ 2 ต้องหยุดพัก 3 วันขึ้นไป วันละ 200 บาท ตั้งแต่หยุด 1 วัน
นอนโรงพยาบาลและหยุดพักรวมต่อปี ไม่พบข้อมูลจำนวนวันสูงสุดเดิม ไม่เกิน 30 / 30 / 90 วันต่อปี ตามทางเลือก
ไปพบแพทย์แบบไม่นอนโรงพยาบาล ครั้งละ 50 บาท (ทางเลือกที่ 1 และ 2) ทางเลือกที่ 3 ไม่มี ครั้งละ 200 บาท ทุกทางเลือก ไม่เกิน 3 ครั้งต่อปี
ทุพพลภาพ ทางเลือกที่ 1 และ 2 เดือนละ 500–1,000 บาท นาน 15 ปี เดือนละ 1,000–2,000 บาท ตลอดชีวิต
ทุพพลภาพ ทางเลือกที่ 3 เดือนละ 500–1,000 บาท ตลอดชีวิต เดือนละ 1,500–3,000 บาท ตลอดชีวิต
เงินสงเคราะห์บุตร ทางเลือกที่ 3 200 บาท ต่อคนต่อเดือน จนถึงอายุ 6 ปี 300 บาท ต่อคนต่อเดือน จนถึงอายุ 7 ปี ไม่เกิน 2 คน

ม.40 ทางเลือกที่ 3 ต้องจ่ายเงินสมทบของเดือนที่ขอรับเงินสงเคราะห์บุตรด้วย ถ้ายังไม่ได้จ่าย เดือนนั้นจะยังไม่ได้รับเงิน

เงินค่าทำศพและเงินชราภาพของ ม.40 ไม่ได้เปลี่ยนในรอบนี้ · เปรียบเทียบ ม.40 ทั้ง 3 ทางเลือก · ม.33 ม.39 ม.40 ต่างกันยังไง

ที่มา

ลดหย่อนภาษีจากเงินสมทบ ม.33 สูงสุด 10,500 บาท

เงินสมทบส่วนที่ลูกจ้างจ่ายเองลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินยอดที่กฎหมายประกันสังคมกำหนด เมื่อเพดานค่าจ้างเพิ่ม ยอดสูงสุดของ ม.33 ปีภาษี 2569 จึงเพิ่มจาก 9,000 บาท เป็น 10,500 บาท ที่อัตราปกติ (เดือนละ 875 บาท × 12 เดือน) ลูกจ้างที่นายจ้างขึ้นทะเบียนใน 9 จังหวัดที่มีประกาศลดเงินสมทบเดือนมกราคม 2569 ถึงพฤษภาคม 2569 ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 8,750 บาทต่อปี

ตัวเลข 10,500 บาท คำนวณจากเพดานค่าจ้างตามกฎหมายประกันสังคม กรมสรรพากรยังไม่ได้เผยแพร่ตัวเลขของปีภาษีนี้ และหน้าสรุปค่าลดหย่อนเดิมของกรมสรรพากรยังแสดง 9,000 บาท

ที่อัตราปกติ ม.39 ลดหย่อนได้สูงสุด 5,184 บาท เท่าปีก่อน และ ม.40 840 / 1,200 / 3,600 บาท ตามทางเลือก เท่าปีก่อน · ประกันสังคมลดหย่อนภาษี

ผลตอบแทนเงินชราภาพที่ประกาศใหม่

ผลตอบแทนที่ใช้คิดเงินบำเหน็จชราภาพของ ม.33 และ ม.39 เป็น 2.97% ต่อปี ตั้งแต่ 2 เมษายน 2569 (เดิม 2.81% ตั้งแต่ 14 มีนาคม 2568) ใช้กับคนที่จ่ายเงินสมทบตั้งแต่ 12 เดือนแต่ไม่ถึงเกณฑ์บำนาญ ส่วนคนที่จ่ายไม่ถึง 12 เดือนได้คืนเฉพาะเงินสมทบส่วนของตัวเอง ไม่มีผลตอบแทน

เงินออมชราภาพของ ม.40 ได้ผลตอบแทน 3.58% ตั้งแต่ 1 เมษายน 2569 (ปีก่อน 4.19%) ตัวเลขนี้อ้างอิงแหล่งข้อมูลรอง · คำนวณบำเหน็จชราภาพ

ที่มา

เรื่องที่ยังไม่มีผลบังคับใช้

เรื่องเหล่านี้เป็นข่าวหรืออยู่ระหว่างดำเนินการ ข้อมูล ณ วันที่ 29 กันยายน 2569 ยังไม่มีผลบังคับใช้ เครื่องคำนวณทุกเครื่องในเว็บนี้จึงยังใช้หลักเกณฑ์ปัจจุบัน และเราจะปรับเมื่อมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา

  1. ยังไม่มีผล: สูตรบำนาญชราภาพแบบใหม่ (CARE)

    สถานะ
    คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการเมื่อ 14 กรกฎาคม 2569 อยู่ระหว่างการตรวจพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ยังไม่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และจะมีผล 180 วันหลังประกาศ
    สาระสำคัญ
    คิดบำนาญจากค่าจ้างตลอดช่วงที่จ่ายเงินสมทบซึ่งปรับมูลค่าตามเวลา แทนค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย ยังได้ 20% เมื่อจ่ายครบ 180 เดือน แต่ส่วนที่เกินเพิ่มเดือนละ 0.125% (สูตรปัจจุบันเพิ่ม 1.5% ทุก 12 เดือน) คนที่จ่ายไม่ถึง 12 เดือนจะได้บำเหน็จรวมส่วนของนายจ้างและผลตอบแทนด้วย ผู้รับบำนาญอยู่แล้วได้สูตรใหม่ถ้าสูงกว่า และมีเงินเพิ่มช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี ใช้กับ ม.33 และ ม.39
  2. ร่าง ยังไม่มีผล: ม.40 จ่ายล่วงหน้า 12 เดือน ได้ส่วนลดเงินสมทบ

    สถานะ
    เป็นร่างพระราชกฤษฎีกา สำนักงานประกันสังคมรับฟังความคิดเห็นตั้งแต่ 16 กรกฎาคม 2569 ถึง 14 สิงหาคม 2569 ยังไม่พบมติคณะรัฐมนตรีหรือการประกาศในราชกิจจานุเบกษา
    สาระสำคัญ
    ผู้ที่จ่ายล่วงหน้า 12 เดือน จ่ายลดลง 10% เป็นเวลา 5 ปี คือเดือนละ 63 / 90 / 270 บาท (ปัจจุบัน 70 / 100 / 300 บาท)
  3. ยังไม่มีผล: เงินว่างงานเหตุสุดวิสัยจากการสู้รบบริเวณชายแดน

    สถานะ
    คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการเมื่อ 21 ตุลาคม 2568 และส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา ยังไม่พบการประกาศในราชกิจจานุเบกษา
    สาระสำคัญ
    ลูกจ้างที่ทำงานไม่ได้เพราะการสู้รบ ได้ 50% ของค่าจ้างเฉลี่ยรายวัน รวมไม่เกิน 180 วัน ย้อนหลังถึง 24 กรกฎาคม 2568 ในพื้นที่และช่วงเวลาที่รัฐมนตรีประกาศ
  4. ยังไม่มีผล: ขยายความคุ้มครอง ม.33 ไปยังแรงงานภาคเกษตร งานบ้าน และหาบเร่แผงลอย

    สถานะ
    คณะรัฐมนตรีอนุมัติร่างพระราชกฤษฎีกาเมื่อ 25 สิงหาคม 2569 ยังไม่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
    สาระสำคัญ
    ให้ลูกจ้างในงานเหล่านี้เข้าเป็นผู้ประกันตน ม.33 โดยไม่เปลี่ยนจำนวนเงินสิทธิประโยชน์
  5. ยังไม่มีผล: ร่างแก้ไขพระราชบัญญัติประกันสังคมของกระทรวงแรงงาน

    สถานะ
    กระทรวงแรงงานชี้แจงร่างเมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2567 ยังไม่ผ่านการพิจารณาเป็นกฎหมาย
    สาระสำคัญ
    เพิ่มเงินหยุดงานเพื่อคลอดบุตรจาก 90 วันเป็น 98 วัน ให้ได้เงินสงเคราะห์บุตรต่ออีก 6 เดือนหลังออกจากงาน เพิ่มเงินทดแทนกรณีทุพพลภาพเป็น 70% และขยายอายุผู้ประกันตนเป็น 65 ปี
  6. ยังไม่มีผล: ร่างพระราชบัญญัติประกันสังคมที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอ

    สถานะ
    รับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ ปิดเมื่อ 7 กรกฎาคม 2569 รอการวินิจฉัยว่าเป็นร่างกฎหมายเกี่ยวด้วยการเงินหรือไม่ ยังไม่เป็นกฎหมาย
    สาระสำคัญ
    ปรับการบริหารกองทุน ความคุ้มครองผู้ทำงานผ่านแพลตฟอร์ม และสิทธิประโยชน์
  7. ร่างที่ตกไป: ขอเลือก ขอคืน ขอกู้ ("3 ข.")

    สถานะ
    คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการเมื่อเดือนพฤษภาคม 2565 แต่ร่างเดิมตกไป กระทรวงแรงงานแจ้งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ว่ากำลังปรับปรุงร่างใหม่ ยังไม่เป็นกฎหมาย
    สาระสำคัญ
    ให้เลือกรับบำเหน็จหรือบำนาญเมื่ออายุ 55 ปี ขอคืนเงินชราภาพบางส่วน และใช้เงินชราภาพค้ำประกันเงินกู้
  8. ข้อเสนอที่ระงับแล้ว: เลื่อนอายุรับบำนาญเป็น 60 ปี

    สถานะ
    เป็นเพียงข้อเสนอที่กระทรวงแรงงานสั่งระงับเมื่อเดือนธันวาคม 2564 สำนักงานประกันสังคมยืนยันเมื่อ 28 ธันวาคม 2565 ว่ายังเป็น 55 ปี ไม่มีร่างกฎหมาย และร่างสูตร CARE ยังใช้อายุ 55 ปี
    สาระสำคัญ
    อายุที่รับบำนาญหรือบำเหน็จชราภาพปัจจุบันคือ 55 ปี
  9. ยังไม่มีประกาศ: ลดหรือเลื่อนเงินสมทบให้พื้นที่น้ำท่วมเดือนกันยายน 2569

    สถานะ
    ยังไม่มีการเสนอหรือประกาศ ข้อมูล ณ 29 กันยายน 2569 มาตรการช่วยเหลือที่ประกาศแล้วครอบคลุมเงินว่างงาน เงินกู้ และการรักษาพยาบาล
    สาระสำคัญ
    ประกาศลดเงินสมทบในอดีตออกหลังเกิดภัย 1–2 เดือน และมีผลย้อนหลัง เราจะอัปเดตเครื่องคำนวณเมื่อมีประกาศ
  10. ยังไม่เผยแพร่: คำอธิบายการกรอกแบบภาษีปีภาษี 2569 ของกรมสรรพากร

    สถานะ
    ยังไม่เผยแพร่ คาดว่าจะออกช่วงเดือนธันวาคม 2569 ถึงเดือนมกราคม 2570
    สาระสำคัญ
    ตัวเลขลดหย่อนเงินสมทบ ม.33 ที่คาดว่าจะเป็น 10,500 บาท ยังเป็นตัวเลขที่คำนวณจากกฎหมายประกันสังคม หน้าสรุปค่าลดหย่อนเดิมของกรมสรรพากรยังแสดง 9,000 บาท

คำถามที่พบบ่อย

ปี 2569 ประกันสังคมหักเงินเดือนสูงสุดเท่าไหร่

ที่อัตราปกติหักสูงสุดเดือนละ 875 บาท คือ 5% ของเพดานค่าจ้างใหม่ 17,500 บาท ซึ่งใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ก่อนหน้านั้นที่อัตราปกติหักสูงสุดเดือนละ 750 บาท ส่วนเดือนมกราคม 2569 ถึงพฤษภาคม 2569 ใน 9 จังหวัดที่มีประกาศลดเงินสมทบ ลูกจ้าง ม.33 ถูกหักเดือนละ 50–525 บาท และผู้ประกันตน ม.39 จ่ายเดือนละ 283 บาท

เงินเดือน 15,000 บาทหรือน้อยกว่า ถูกหักเพิ่มไหม

ไม่เพิ่ม คนที่เงินเดือนไม่เกิน 15,000 บาท ถูกหักเท่าเดิม ที่อัตราปกติ เช่น เงินเดือน 15,000 บาทถูกหัก 750 บาท เท่ากับปีก่อน ส่วนเงินเดือน 16,000 บาทถูกหักเพิ่ม 50 บาท และตั้งแต่ 17,500 บาทขึ้นไปถูกหักเพิ่ม 125 บาท

นายจ้างต้องจ่ายประกันสังคมเพิ่มเท่าไร

นายจ้างจ่ายสมทบเท่ากับที่ลูกจ้างถูกหัก ลูกจ้างที่เงินเดือนตั้งแต่ 17,500 บาทขึ้นไป นายจ้างจึงจ่ายเพิ่มคนละ 125 บาท ต่อเดือน เป็นเดือนละ 875 บาท ที่อัตราปกติ

บำนาญชราภาพเปลี่ยนเป็นสูตร CARE แล้วหรือยัง

ยัง คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการเมื่อ 14 กรกฎาคม 2569 อยู่ระหว่างการตรวจพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ยังไม่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และจะมีผล 180 วันหลังประกาศ บำนาญจึงยังคิดจาก 20% ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย และเพิ่ม 1.5% ทุก 12 เดือนที่จ่ายเกิน 180 เดือน

เงินว่างงาน 60% ใช้กับใคร

ใช้กับผู้ประกันตน ม.33 ที่ถูกเลิกจ้างตั้งแต่ 28 มิถุนายน 2568 นานสุด 180 วัน ถ้าลาออกหรือสัญญาจ้างสิ้นสุดยังได้ 30% นานสุด 90 วัน ถ้าค่าจ้างเต็มเพดาน 17,500 บาท ทุกเดือนในช่วงที่ใช้คิด ถูกเลิกจ้างได้วันละ 350 บาท หรือ 10,500 บาท ต่อ 30 วัน รวมสูงสุด 63,000 บาท ลาออกได้ 5,250 บาท ต่อ 30 วัน รวมสูงสุด 15,750 บาท

ปีภาษี 2569 ลดหย่อนประกันสังคมได้เท่าไหร่

เงินสมทบส่วนที่ลูกจ้างจ่ายเองลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินยอดที่กฎหมายประกันสังคมกำหนด เมื่อเพดานค่าจ้างเพิ่ม ยอดสูงสุดของ ม.33 ปีภาษี 2569 จึงเพิ่มจาก 9,000 บาท เป็น 10,500 บาท ที่อัตราปกติ (เดือนละ 875 บาท × 12 เดือน) ลูกจ้างที่นายจ้างขึ้นทะเบียนใน 9 จังหวัดที่มีประกาศลดเงินสมทบเดือนมกราคม 2569 ถึงพฤษภาคม 2569 ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 8,750 บาทต่อปี ที่อัตราปกติ ม.39 ลดหย่อนได้สูงสุด 5,184 บาท เท่าปีก่อน และ ม.40 840 / 1,200 / 3,600 บาท ตามทางเลือก เท่าปีก่อน ตัวเลข 10,500 บาท คำนวณจากเพดานค่าจ้างตามกฎหมายประกันสังคม กรมสรรพากรยังไม่ได้เผยแพร่ตัวเลขของปีภาษีนี้ และหน้าสรุปค่าลดหย่อนเดิมของกรมสรรพากรยังแสดง 9,000 บาท

ปีถัดไปเพดานค่าจ้างจะเพิ่มอีกไหม

กฎกระทรวงฉบับเดียวกันกำหนดเพดานช่วงถัดไปไว้แล้ว 20,000 บาท ตั้งแต่ 1 มกราคม 2572 (หักสูงสุดเดือนละ 1,000 บาท) และ 23,000 บาท ตั้งแต่ 1 มกราคม 2575 (หักสูงสุดเดือนละ 1,150 บาท)

แหล่งอ้างอิง

ดูแหล่งอ้างอิงทั้งหมด 34 รายการ