วิธีคำนวณและแหล่งข้อมูล
หน้านี้อธิบายว่าเครื่องคำนวณประกันสังคมแต่ละตัวคิดอย่างไร ใช้ข้อมูลอะไร ปัดเศษแบบไหน และตั้งสมมติฐานอะไรเมื่อกฎหมายไม่ได้ระบุชัด ตัวเลขทุกตัวในหน้านี้คำนวณจากข้อมูลชุดเดียวกับเครื่องคำนวณ
- ตรวจทานข้อมูลล่าสุด
- ตรวจประกาศลดเงินสมทบชั่วคราวถึง
- ตัวเลขตัวอย่างในหน้านี้เป็นของเดือน
- กันยายน 2569
หลักการที่ใช้ร่วมกันทุกเครื่องคำนวณ
อัตราตามช่วงเวลาที่มีผล
กฎทุกข้อเก็บเป็นช่วงเวลาที่มีผล มีวันเริ่ม วันสิ้นสุด และแหล่งอ้างอิง เครื่องคำนวณเลือกช่วงที่ครอบคลุมวันแรกของเดือนที่คุณเลือก ค่าเริ่มต้นคือเดือนปัจจุบันตามเวลาประเทศไทย กฎที่เริ่มกลางเดือนจึงมีผลกับการคำนวณตั้งแต่เดือนถัดไป ยกเว้นกรณีที่ต้องดูเป็นรายวัน เช่น อัตราเงินว่างงานที่ดูจากวันที่เริ่มว่างงาน
ฐานค่าจ้าง ม.33
ฐานค่าจ้างคือค่าจ้างที่ได้รับในเดือนนั้นจากนายจ้างรายนั้น นับตามเดือนที่นายจ้างจ่ายค่าจ้าง ถ้าเดือนเดียวจ่ายหลายงวดให้รวมกันก่อน แล้วปรับให้ไม่ต่ำกว่าฐานขั้นต่ำ 1,650 บาท และไม่เกินเพดานของช่วงเวลานั้น (ตอนนี้ 17,500 บาท) ถ้ามีนายจ้างหลายรายจะคิดแยกกันทีละราย ฐานเดียวกันนี้ใช้คิดค่าจ้างเฉลี่ยรายวันและค่าจ้างเฉลี่ยของบำนาญ โดยแต่ละเดือนใช้เพดานของเดือนนั้น
ค่าจ้างเฉลี่ยรายวัน (มาตรา 57)
ใช้กับเงินว่างงาน เงินทดแทนเมื่อเจ็บป่วย และเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อคลอดบุตร: นำฐานค่าจ้าง 3 เดือนที่สูงที่สุดในช่วง 15 เดือนก่อนเดือนที่เริ่มมีสิทธิมารวมกัน แล้วหารด้วย 90 แต่ละเดือนคิดไม่เกินเพดานของเดือนนั้น ถ้าช่วงนั้นมีเดือนที่จ่ายเงินสมทบไม่ถึง 3 เดือน จะเฉลี่ยจากเดือนที่มี ผู้ประกันตน ม.39 ใช้ค่าจ้าง 4,800 บาท ต่อเดือน จึงได้ค่าจ้างเฉลี่ยวันละ 160 บาท
ช่วงที่เพดานเพิ่ม เดือนก่อนหน้านั้นยังคิดที่เพดานเดิม คนที่ได้ค่าจ้างเต็มเพดานทุกเดือนจึงมีค่าจ้างเฉลี่ยรายวันดังนี้ ตามเดือนที่เริ่มมีสิทธิ
- มกราคม 2569: 500.00 บาท
- กุมภาพันธ์ 2569: 527.78 บาท
- มีนาคม 2569: 555.56 บาท
- เมษายน 2569: 583.33 บาท
การปัดเศษ
เงินสมทบของแต่ละคนปัดเป็นบาทเต็ม เศษตั้งแต่ 50 สตางค์ขึ้นไปปัดขึ้น ต่ำกว่านั้นปัดทิ้ง (มาตรา 46) โดยคำนวณเป็นสตางค์ที่แม่นยำ เช่น 12,345 × 5% = 617.25 บาท จึงเป็น 617 บาท และฐานขั้นต่ำ 1,650 × 5% = 82.50 บาท จึงเป็น 83 บาท ส่วนของรัฐบาลแสดงทศนิยม 2 ตำแหน่งเป็นข้อมูลประกอบ เพราะไม่มีหลักเกณฑ์การปัดเศษ
เงินทดแทน บำนาญ และบำเหน็จคิดด้วยความละเอียดเต็ม แล้วแสดงผลทศนิยม 2 ตำแหน่ง เช่น ค่าจ้างเฉลี่ยรายวันที่เพดาน 17,500 บาทคือ 583.33 บาท วิธีนี้ให้ผลตรงกับตัวเลขที่สำนักงานประกันสังคมเผยแพร่
การลดเงินสมทบชั่วคราว
รัฐบาลลดอัตราเงินสมทบเป็นการชั่วคราวได้ ทั้งทั่วประเทศและเฉพาะท้องที่ประสบภัยพิบัติร้ายแรง (มาตรา 46/1 ครั้งละไม่เกิน 6 เดือน) เครื่องคำนวณใช้อัตราที่ลดแล้วในเดือนที่มีประกาศ การลดเฉพาะพื้นที่ดูจากจังหวัดที่นายจ้างขึ้นทะเบียนกับสำนักงานประกันสังคม (ม.33) หรือจังหวัดที่ผู้ประกันตนขึ้นทะเบียน (ม.39) ซึ่งเลือกได้ในตัวเลือกเพิ่มเติมของเครื่องคำนวณ การลดที่อยู่ในข้อมูลตอนนี้ได้แก่
- เดือนมีนาคม 2563 ถึงพฤษภาคม 2563 ทั่วประเทศ: ม.33 ลูกจ้าง 1% นายจ้าง 4% ม.39 เดือนละ 86 บาท (ค่าประมาณจากแหล่งข้อมูลรอง)
- เดือนกันยายน 2563 ถึงพฤศจิกายน 2563 ทั่วประเทศ: ม.33 ฝ่ายละ 2% ม.39 เดือนละ 96 บาท (ค่าประมาณจากแหล่งข้อมูลรอง)
- เดือนพฤษภาคม 2565 ถึงกรกฎาคม 2565 ทั่วประเทศ: ม.33 ฝ่ายละ 1% ม.39 เดือนละ 91 บาท
- เดือนตุลาคม 2565 ถึงธันวาคม 2565 ทั่วประเทศ: ม.33 ฝ่ายละ 3% ม.39 เดือนละ 240 บาท (คำนวณต่อจากอัตรา)
- เดือนตุลาคม 2567 ถึงมีนาคม 2568 ใน 55 จังหวัด: ม.33 ฝ่ายละ 3% ม.39 เดือนละ 283 บาท
- เดือนธันวาคม 2568 ถึงพฤษภาคม 2569 ใน 9 จังหวัด: ม.33 ฝ่ายละ 3% ม.39 เดือนละ 283 บาท
- เดือนมกราคม 2564 ถึงมีนาคม 2564 และเดือนมิถุนายน 2564 ถึงพฤศจิกายน 2564: มีรายงานว่าลดเงินสมทบ แต่ยังยืนยันอัตราจากเอกสารทางการไม่ได้ จึงใช้อัตราปกติและแสดงข้อควรทราบ
- เราตรวจประกาศลดเงินสมทบถึงวันที่ 29 กันยายน 2569 เดือนหลังจากนั้นจะมีข้อควรทราบว่าอาจมีประกาศลดย้อนหลังออกมาได้
วิธีคำนวณของแต่ละเครื่อง
คำนวณเงินสมทบ ม.33
เปิดเครื่องคำนวณ: คำนวณเงินสมทบ ม.33
สูตร
ลูกจ้างจ่าย = ฐานค่าจ้าง × 5% และนายจ้างจ่ายอีก 5% ของฐานเดียวกัน (อัตราปกติ) รัฐบาลสมทบ 2.75% ของฐานค่าจ้างเป็นข้อมูลประกอบ ไม่ได้หักจากลูกจ้างหรือนายจ้าง
เงินสมทบของลูกจ้างแบ่งเข้ากองทุนกรณีเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ และตาย 1.5% กรณีสงเคราะห์บุตรและชราภาพ 3% และกรณีว่างงาน 0.5%
ข้อมูลที่ใช้
- เงินเดือน: ค่าจ้างต่อเดือนที่นายจ้างใช้คำนวณเงินสมทบ ดูได้จากสลิปเงินเดือน
- เดือนที่ได้รับค่าจ้าง: ใช้เลือกเพดานค่าจ้างและอัตราของเดือนนั้น รวมถึงการลดเงินสมทบชั่วคราว
- จังหวัดที่นายจ้างขึ้นทะเบียนประกันสังคม (ไม่บังคับ): ใช้ตรวจเดือนที่มีการลดเงินสมทบเฉพาะพื้นที่
ตัวอย่าง
เงินเดือน 25,000 บาท เดือนกันยายน 2569: ฐานค่าจ้าง 17,500 บาท ลูกจ้างจ่าย 875 บาท นายจ้างจ่าย 875 บาท รวมนำส่ง 1,750 บาท ต่อเดือน ทั้งปี 2569 ลูกจ้างจ่ายรวม 10,500 บาท
สมมติฐานและค่าประมาณ
ยอดทั้งปีคือผลรวม 12 เดือนของปี พ.ศ. เดียวกันที่เงินเดือนและจังหวัดเดิม รวมเดือนที่มีการลดเงินสมทบด้วย ส่วนการเปรียบเทียบกับปีก่อนใช้ช่วงเพดานก่อนหน้าที่อัตราปกติ
สิ่งที่ยังไม่ได้คำนวณ
ยังไม่ได้ศึกษาว่าค่าล่วงเวลาและโบนัสนับเป็นค่าจ้างสำหรับเงินสมทบหรือไม่ ช่องเงินเดือนจึงหมายถึงค่าจ้างที่นายจ้างใช้คำนวณเงินสมทบ และยังไม่ได้คำนวณกรณีนายจ้างที่ได้รับอนุมัติตามมาตรา 55 ให้จ่ายเงินสมทบส่วนกรณีเจ็บป่วยลดลง
ข้อควรทราบที่อาจแสดงใต้ผล
- ตัวเลขบางส่วนอ้างอิงจากข่าวหรือแหล่งข้อมูลรอง เพราะยังไม่พบเอกสารทางการฉบับเต็ม ควรถือเป็นค่าประมาณ
- ผลนี้ใช้อัตราเงินสมทบที่ลดลงตามประกาศลดเงินสมทบสำหรับพื้นที่ประสบภัยของจังหวัดที่เลือก
- ผลนี้ใช้อัตราเงินสมทบที่ลดลงชั่วคราวทั่วประเทศตามที่ประกาศไว้ในช่วงนั้น
- ประกาศลดเงินสมทบของพื้นที่นี้ออกมาหลังจากบางเดือนจ่ายในอัตราเต็มไปแล้ว ส่วนที่จ่ายเกินขอคืนได้ตามประกาศ
- ยังไม่มีข้อมูลยืนยันเงินส่วนที่รัฐบาลสมทบในช่วงนี้ จึงไม่แสดงตัวเลขส่วนของรัฐบาล
- มีรายงานว่าเคยลดอัตราเงินสมทบในช่วงนี้ แต่ยังยืนยันอัตราจากเอกสารทางการไม่ได้ ผลนี้จึงใช้อัตราปกติ
- เราตรวจสอบประกาศลดเงินสมทบล่าสุดเมื่อ 29 กันยายน 2569 ยังไม่มีประกาศลดสำหรับเดือนหลังจากนั้น แต่หากมีประกาศลดสำหรับพื้นที่ประสบภัยออกมาภายหลัง อาจมีผลย้อนหลังได้
แหล่งอ้างอิงของหัวข้อนี้
ดูรายการเอกสารในหัวข้อ ฐานค่าจ้างและค่าจ้างเฉลี่ยรายวัน · อัตราเงินสมทบ ม.33 และการปัดเศษ · การลดเงินสมทบชั่วคราวและกำหนดส่งเงินสมทบ
นายจ้างจ่ายประกันสังคมเท่าไหร่
เปิดเครื่องคำนวณ: นายจ้างจ่ายประกันสังคมเท่าไหร่
สูตร
คิดเงินสมทบของลูกจ้างแต่ละคนด้วยสูตรเดียวกับ ม.33 ปรับฐานค่าจ้างของแต่ละคนให้อยู่ในช่วงและปัดเศษรายคน แล้วรวมเป็นยอดที่นายจ้างจ่าย ยอดที่หักจากลูกจ้าง และยอดนำส่งต่อเดือน พร้อมยอดทั้งปีที่เงินเดือนเดิม ส่วนของรัฐบาลรวมไว้เป็นข้อมูลประกอบ
ข้อมูลที่ใช้
- เงินเดือนของลูกจ้างแต่ละคน เพิ่มหรือลบแถวได้ แต่ละคนคิดเงินสมทบแยกกัน
- เดือนที่จ่ายค่าจ้าง
- จังหวัดที่นายจ้างขึ้นทะเบียนประกันสังคม (ไม่บังคับ): ใช้กับลูกจ้างทุกคน
ตัวอย่าง
ลูกจ้าง 2 คน เงินเดือน 12,000 บาท และ 25,000 บาท เดือนกันยายน 2569: นายจ้างจ่าย 1,475 บาท หักจากลูกจ้าง 1,475 บาท รวมนำส่ง 2,950 บาท ต่อเดือน ทั้งปีนายจ้างจ่าย 17,700 บาท
ข้อควรทราบที่อาจแสดงใต้ผล
- ตัวเลขบางส่วนอ้างอิงจากข่าวหรือแหล่งข้อมูลรอง เพราะยังไม่พบเอกสารทางการฉบับเต็ม ควรถือเป็นค่าประมาณ
- ผลนี้ใช้อัตราเงินสมทบที่ลดลงตามประกาศลดเงินสมทบสำหรับพื้นที่ประสบภัยของจังหวัดที่เลือก
- ผลนี้ใช้อัตราเงินสมทบที่ลดลงชั่วคราวทั่วประเทศตามที่ประกาศไว้ในช่วงนั้น
- ประกาศลดเงินสมทบของพื้นที่นี้ออกมาหลังจากบางเดือนจ่ายในอัตราเต็มไปแล้ว ส่วนที่จ่ายเกินขอคืนได้ตามประกาศ
- ยังไม่มีข้อมูลยืนยันเงินส่วนที่รัฐบาลสมทบในช่วงนี้ จึงไม่แสดงตัวเลขส่วนของรัฐบาล
- มีรายงานว่าเคยลดอัตราเงินสมทบในช่วงนี้ แต่ยังยืนยันอัตราจากเอกสารทางการไม่ได้ ผลนี้จึงใช้อัตราปกติ
- เราตรวจสอบประกาศลดเงินสมทบล่าสุดเมื่อ 29 กันยายน 2569 ยังไม่มีประกาศลดสำหรับเดือนหลังจากนั้น แต่หากมีประกาศลดสำหรับพื้นที่ประสบภัยออกมาภายหลัง อาจมีผลย้อนหลังได้
แหล่งอ้างอิงของหัวข้อนี้
ดูรายการเอกสารในหัวข้อ ฐานค่าจ้างและค่าจ้างเฉลี่ยรายวัน · อัตราเงินสมทบ ม.33 และการปัดเศษ · การลดเงินสมทบชั่วคราวและกำหนดส่งเงินสมทบ
ประกันสังคม ม.39
เปิดเครื่องคำนวณ: ประกันสังคม ม.39
สูตร
จ่ายเดือนละ 432 บาท คือ 9% ของฐานคงที่ 4,800 บาท ซึ่งเท่ากันทุกคนไม่ว่าเคยได้เงินเดือนเท่าไร รัฐบาลสมทบอีก 120 บาท (2.5%) เป็นข้อมูลประกอบ ยอดทั้งปีคือผลรวม 12 เดือน
เดือนที่มีการลดเงินสมทบใช้ยอดที่ลดแล้ว เช่น เดือนพฤษภาคม 2565 ถึงกรกฎาคม 2565 ทั่วประเทศ จ่ายเดือนละ 91 บาท เดือนตุลาคม 2565 ถึงธันวาคม 2565 ทั่วประเทศ จ่ายเดือนละ 240 บาท (คำนวณต่อจากอัตรา) เดือนตุลาคม 2567 ถึงมีนาคม 2568 ใน 55 จังหวัด จ่ายเดือนละ 283 บาท เดือนธันวาคม 2568 ถึงพฤษภาคม 2569 ใน 9 จังหวัด จ่ายเดือนละ 283 บาท ตอนนี้ (เดือนกันยายน 2569) จ่ายเดือนละ 432 บาท
ข้อมูลที่ใช้
- เดือนของเงินสมทบ
- เงินเดือนเดิมตอนเป็น ม.33 (ไม่บังคับ): ใช้เทียบกับเงินสมทบที่เคยถูกหักเท่านั้น ไม่มีผลกับยอดที่ ม.39 จ่าย
- จังหวัดที่ผู้ประกันตนขึ้นทะเบียน (ไม่บังคับ): ใช้ตรวจการลดเงินสมทบและการขยายกำหนดส่งเงินสมทบเฉพาะพื้นที่
สมมติฐานและค่าประมาณ
สมัครได้เมื่อเคยจ่ายเงินสมทบ ม.33 ไม่น้อยกว่า 12 เดือน และสมัครภายใน 6 เดือนหลังออกจากงาน เงินสมทบของเดือนใดต้องจ่ายภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป จ่ายช้ามีเงินเพิ่มร้อยละ 2 ต่อเดือน
สถานะสิ้นสุดเมื่อเสียชีวิต กลับไปเป็นผู้ประกันตน ม.33 ลาออกจากการเป็นผู้ประกันตน ไม่จ่าย 3 เดือนติดต่อกัน หรือจ่ายไม่ถึง 9 เดือนในช่วง 12 เดือน ถ้าสิ้นสุดเพราะลาออกหรือจ่ายเงินสมทบไม่ครบตามเงื่อนไข ยังได้สิทธิกรณีเจ็บป่วย คลอดบุตร ทุพพลภาพ และตายต่ออีก 6 เดือน
ม.39 ไม่มีเงินว่างงาน เงินทดแทนเมื่อเจ็บป่วยคิดจากค่าจ้าง 4,800 บาท ต่อเดือน ได้วันละ 80 บาท และเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อคลอดบุตร 7,200 บาท ซึ่งเป็นการคำนวณตามหลักเกณฑ์ในกฎหมาย จึงแนะนำให้ยืนยันกับสำนักงานประกันสังคม
ข้อควรทราบที่อาจแสดงใต้ผล
- ตัวเลขบางส่วนอ้างอิงจากข่าวหรือแหล่งข้อมูลรอง เพราะยังไม่พบเอกสารทางการฉบับเต็ม ควรถือเป็นค่าประมาณ
- ตัวเลขนี้คำนวณต่อจากหลักเกณฑ์ที่ประกาศไว้ ไม่ใช่ตัวเลขที่หน่วยงานประกาศไว้โดยตรง
- ผลนี้ใช้อัตราเงินสมทบที่ลดลงตามประกาศลดเงินสมทบสำหรับพื้นที่ประสบภัยของจังหวัดที่เลือก
- ผลนี้ใช้อัตราเงินสมทบที่ลดลงชั่วคราวทั่วประเทศตามที่ประกาศไว้ในช่วงนั้น
- ประกาศลดเงินสมทบของพื้นที่นี้ออกมาหลังจากบางเดือนจ่ายในอัตราเต็มไปแล้ว ส่วนที่จ่ายเกินขอคืนได้ตามประกาศ
- ยังไม่มีข้อมูลยืนยันเงินส่วนที่รัฐบาลสมทบในช่วงนี้ จึงไม่แสดงตัวเลขส่วนของรัฐบาล
- มีรายงานว่าเคยลดอัตราเงินสมทบในช่วงนี้ แต่ยังยืนยันอัตราจากเอกสารทางการไม่ได้ ผลนี้จึงใช้อัตราปกติ
- เราตรวจสอบประกาศลดเงินสมทบล่าสุดเมื่อ 29 กันยายน 2569 ยังไม่มีประกาศลดสำหรับเดือนหลังจากนั้น แต่หากมีประกาศลดสำหรับพื้นที่ประสบภัยออกมาภายหลัง อาจมีผลย้อนหลังได้
แหล่งอ้างอิงของหัวข้อนี้
ดูรายการเอกสารในหัวข้อ ผู้ประกันตน ม.39 · การลดเงินสมทบชั่วคราวและกำหนดส่งเงินสมทบ
เปรียบเทียบ ม.40 ทั้ง 3 ทางเลือก
เปิดเครื่องคำนวณ: เปรียบเทียบ ม.40 ทั้ง 3 ทางเลือก
สูตร
จ่ายเดือนละ 70 / 100 / 300 บาท ตามทางเลือกที่ 1, 2 และ 3 รัฐบาลสมทบเพิ่ม 30 / 50 / 150 บาท ยอดทั้งปีคิด 12 เดือนที่อัตราเดียวกัน สิทธิประโยชน์ของแต่ละทางเลือกในเดือนกันยายน 2569:
ทางเลือกที่ 1 (เดือนละ 70 บาท)
- เจ็บป่วย: นอนโรงพยาบาลวันละ 300 บาท หยุดพักตามคำสั่งแพทย์วันละ 200 บาท รวมไม่เกินปีละ 30 วัน ไปพบแพทย์ครั้งละ 200 บาท ปีละไม่เกิน 3 ครั้ง (จ่ายเงินสมทบ 3 ใน 4 เดือน)
- ทุพพลภาพ: เดือนละ 1,000–2,000 บาท ตามจำนวนเดือนที่จ่าย (จ่าย 6 ใน 10 เดือน ได้ 1,000, จ่าย 12 ใน 20 เดือน ได้ 1,300, จ่าย 24 ใน 40 เดือน ได้ 1,600, จ่าย 36 ใน 60 เดือน ได้ 2,000) จ่ายตลอดชีวิต
- เสียชีวิต: ค่าทำศพ 25,000 บาท และเงินสงเคราะห์กรณีตาย 8,000 บาท เมื่อจ่ายครบ 60 เดือน (จ่าย 6 ใน 12 เดือน หรือ 1 ใน 6 เดือนถ้าเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ)
- ชราภาพ: ไม่มี
- สงเคราะห์บุตร: ไม่มี
ทางเลือกที่ 2 (เดือนละ 100 บาท)
- เจ็บป่วย: นอนโรงพยาบาลวันละ 300 บาท หยุดพักตามคำสั่งแพทย์วันละ 200 บาท รวมไม่เกินปีละ 30 วัน ไปพบแพทย์ครั้งละ 200 บาท ปีละไม่เกิน 3 ครั้ง (จ่ายเงินสมทบ 3 ใน 4 เดือน)
- ทุพพลภาพ: เดือนละ 1,000–2,000 บาท ตามจำนวนเดือนที่จ่าย (จ่าย 6 ใน 10 เดือน ได้ 1,000, จ่าย 12 ใน 20 เดือน ได้ 1,300, จ่าย 24 ใน 40 เดือน ได้ 1,600, จ่าย 36 ใน 60 เดือน ได้ 2,000) จ่ายตลอดชีวิต
- เสียชีวิต: ค่าทำศพ 25,000 บาท และเงินสงเคราะห์กรณีตาย 8,000 บาท เมื่อจ่ายครบ 60 เดือน (จ่าย 6 ใน 12 เดือน หรือ 1 ใน 6 เดือนถ้าเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ)
- ชราภาพ: สะสมเดือนละ 50 บาท พร้อมผลตอบแทน ออมเพิ่มได้เดือนละไม่เกิน 1,000 บาท รับเป็นเงินก้อนเมื่ออายุ 60 ปี
- สงเคราะห์บุตร: ไม่มี
ทางเลือกที่ 3 (เดือนละ 300 บาท)
- เจ็บป่วย: นอนโรงพยาบาลวันละ 300 บาท หยุดพักตามคำสั่งแพทย์วันละ 200 บาท รวมไม่เกินปีละ 90 วัน ไปพบแพทย์ครั้งละ 200 บาท ปีละไม่เกิน 3 ครั้ง (จ่ายเงินสมทบ 3 ใน 4 เดือน)
- ทุพพลภาพ: เดือนละ 1,500–3,000 บาท ตามจำนวนเดือนที่จ่าย (จ่าย 6 ใน 10 เดือน ได้ 1,500, จ่าย 12 ใน 20 เดือน ได้ 2,000, จ่าย 24 ใน 40 เดือน ได้ 2,500, จ่าย 36 ใน 60 เดือน ได้ 3,000) จ่ายตลอดชีวิต
- เสียชีวิต: ค่าทำศพ 50,000 บาท (จ่าย 6 ใน 12 เดือน หรือ 1 ใน 6 เดือนถ้าเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ)
- ชราภาพ: สะสมเดือนละ 150 บาท พร้อมผลตอบแทน ได้เพิ่ม 10,000 บาท เมื่อจ่ายครบ 180 เดือน ออมเพิ่มได้เดือนละไม่เกิน 1,000 บาท รับเป็นเงินก้อนเมื่ออายุ 60 ปี
- สงเคราะห์บุตร: คนละ 300 บาท ต่อเดือน ไม่เกิน 2 คน จนถึงอายุ 7 ปี
ข้อมูลที่ใช้
- ทางเลือกที่จะจ่าย (ทางเลือกที่ 1, 2 และ 3)
- จำนวนปีที่วางแผนจะส่งเงินสมทบ: ใช้ประมาณเงินออมชราภาพของทางเลือกที่ 2 และ 3 โดยยังไม่รวมผลตอบแทน
- เดือนที่จ่ายเงินสมทบ: ใช้เลือกอัตราและสิทธิประโยชน์ของช่วงนั้น
สมมติฐานและค่าประมาณ
สมัครได้เมื่ออายุ 15–65 ปี มีสัญชาติไทย (หรือเป็นคนต่างด้าวบางกลุ่มที่มีเลขประจำตัวตามที่กฎหมายกำหนด) ไม่ได้เป็นผู้ประกันตน ม.33 หรือ ม.39 และไม่ได้เป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ จ่ายล่วงหน้าได้ไม่เกิน 12 เดือน จ่ายย้อนหลังไม่ได้ และเปลี่ยนทางเลือกได้ปีละ 1 ครั้ง
เงินออมชราภาพได้ผลตอบแทนตามอัตราที่ประกาศ ล่าสุด 3.58% ต่อปี ตัวเลขนี้อ้างอิงแหล่งข้อมูลรอง จึงถือเป็นค่าประมาณ
ยังไม่ชัดเจนว่าเดือนที่จ่ายในทางเลือกอื่นนับรวมเพื่อรับเงินเพิ่มกรณีชราภาพของทางเลือกที่ 3 หรือไม่
ข้อควรทราบที่อาจแสดงใต้ผล
- ตัวเลขบางส่วนอ้างอิงจากข่าวหรือแหล่งข้อมูลรอง เพราะยังไม่พบเอกสารทางการฉบับเต็ม ควรถือเป็นค่าประมาณ
- ยังไม่มีข้อมูลยืนยันเงินส่วนที่รัฐบาลสมทบในช่วงนี้ จึงไม่แสดงตัวเลขส่วนของรัฐบาล
- เดือนแรกและเดือนสุดท้ายที่จ่ายเงินสงเคราะห์บุตรช่วงที่บุตรอายุครบตามเกณฑ์ ยังไม่มีเอกสารยืนยันแน่ชัด
- ข้อมูลบางค่าของช่วงเวลาที่เลือกยังไม่มีแหล่งทางการยืนยัน ผลส่วนนั้นจึงแสดงเท่าที่ทราบ
- ยังไม่ชัดเจนว่าเดือนที่จ่ายในทางเลือกอื่นนับรวมเพื่อรับเงินเพิ่มกรณีชราภาพของทางเลือกที่ 3 หรือไม่
แหล่งอ้างอิงของหัวข้อนี้
ดูรายการเอกสารในหัวข้อ ผู้ประกันตน ม.40
เงินว่างงานประกันสังคม
เปิดเครื่องคำนวณ: เงินว่างงานประกันสังคม
สูตร
เงินต่อวัน = ค่าจ้างเฉลี่ยรายวัน (มาตรา 57) × อัตราตามสาเหตุที่ว่างงาน อัตราของเดือนกันยายน 2569:
- ถูกเลิกจ้าง: 60% ของค่าจ้างเฉลี่ยรายวัน นานสุด 180 วันต่อครั้ง
- ลาออก หรือสัญญาจ้างสิ้นสุด: 30% ของค่าจ้างเฉลี่ยรายวัน นานสุด 90 วันต่อครั้ง
- เหตุสุดวิสัยจากภัยธรรมชาติ: 50% ของค่าจ้างเฉลี่ยรายวัน นานสุด 180 วันต่อครั้ง เริ่มนับตั้งแต่วันแรกที่หยุดงาน
- เหตุสุดวิสัยจากโรคระบาด: 50% ของค่าจ้างเฉลี่ยรายวัน นานสุด 90 วันต่อครั้ง เริ่มนับตั้งแต่วันแรกที่หยุดงาน
ข้อมูลที่ใช้
- ค่าจ้างต่อเดือนก่อนว่างงาน: ใช้เป็นค่าจ้างทุกเดือนในช่วงที่ใช้หาค่าจ้างเฉลี่ยรายวัน โดยแต่ละเดือนคิดไม่เกินเพดานของเดือนนั้น
- สาเหตุที่ว่างงาน: เลือกได้ 4 แบบตามรายการในหัวข้อสูตรด้านบน
- เดือนที่เริ่มได้รับเงิน
- วันแรกที่ว่างงาน (ไม่บังคับ): ถ้ากรอก จะหาเดือนที่เริ่มได้รับเงินและอัตราจากวันนี้แทนช่องเดือน
- จำนวนวันที่ได้รับเงินว่างงานไปแล้วในปีเดียวกัน (ไม่บังคับ): หักออกจากเพดานวันรวมทั้งปี
- เงินที่ได้รับไปแล้วในปีนั้นมีครั้งที่ถูกเลิกจ้างหรือไม่: ถ้ามี เพดานรวมทั้งปีเป็น 180 วัน ถ้าทุกครั้งเป็นการลาออกหรือสัญญาจ้างสิ้นสุด เพดานเป็น 90 วัน
- อายุ (ไม่บังคับ): ตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไปจะแสดงข้อควรทราบเรื่องสิทธิกรณีชราภาพ
ตัวอย่าง
ค่าจ้างเต็มเพดาน 17,500 บาท ตลอดช่วงที่ใช้คิด และเริ่มมีสิทธิในเดือนกันยายน 2569: ค่าจ้างเฉลี่ยวันละ 583.33 บาท ถูกเลิกจ้างได้วันละ 350.00 บาท (ประมาณ 10,500 บาท ต่อ 30 วัน รวมสูงสุด 63,000 บาท) ลาออกได้วันละ 175.00 บาท (รวมสูงสุด 15,750 บาท)
สมมติฐานและค่าประมาณ
ต้องจ่ายเงินสมทบ ม.33 อย่างน้อย 6 เดือนในช่วง 15 เดือนก่อนว่างงาน นับกับนายจ้างรายใดก็ได้ (เครื่องคำนวณไม่มีช่องนี้ จึงถือว่าครบเงื่อนไข) ม.39 และ ม.40 ไม่มีเงินว่างงาน
อัตราดูจากวันที่เริ่มว่างงาน เพราะกฎกระทรวงฉบับใหม่ไม่มีบทเฉพาะกาล เช่น ถูกเลิกจ้างวันที่ 27 มิถุนายน 2568 ได้ 50% ตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน 2568 ได้ 60% ถ้าไม่ได้กรอกวันที่ จะใช้อัตราของวันแรกของเดือนที่เริ่มมีสิทธิ
ถ้าขึ้นทะเบียนภายใน 30 วัน เงินเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 8 ของการว่างงาน ถ้าช้ากว่านั้นเริ่มนับจากวันที่ขึ้นทะเบียน และยังได้จำนวนวันสูงสุดเต็ม เครื่องคำนวณไม่มีช่องวันที่ขึ้นทะเบียน จึงถือว่าขึ้นทะเบียนภายในกำหนด
ในหนึ่งปีปฏิทินได้รวมไม่เกิน 180 วันถ้ามีการถูกเลิกจ้าง หรือ 90 วันถ้าเป็นการลาออกทั้งหมด โดยหักวันที่เคยได้รับแล้วในปีที่เริ่มรับเงิน
สำนักงานประกันสังคมจ่ายตามจำนวนวันจริงในแต่ละรอบ ตัวเลขต่อ 30 วันเป็นเพียงการแสดงผลเพื่อให้เทียบง่าย
ผู้ที่อายุตั้งแต่ 55 ปีจะเห็นข้อควรทราบเรื่องสิทธิกรณีชราภาพ แต่ไม่ถูกตัดสิทธิในการคำนวณ
ข้อควรทราบที่อาจแสดงใต้ผล
- อัตราและจำนวนวันกรณีว่างงานเพราะเหตุสุดวิสัยจากภัยธรรมชาติ อ้างอิงข่าวประชาสัมพันธ์ของสำนักงานประกันสังคมและมติคณะรัฐมนตรี เรายังไม่ได้อ่านตัวบทกฎกระทรวงฉบับเต็มในราชกิจจานุเบกษา
- ผู้ที่อายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไปและออกจากงานแล้ว อาจมีสิทธิขอรับเงินกรณีชราภาพด้วย โปรดสอบถามสำนักงานประกันสังคมถึงสิทธิของคุณ
- บางเดือนที่ใช้หาค่าจ้างเฉลี่ยรายวันอยู่ก่อนเพดานค่าจ้างใหม่ จึงคิดจากเพดานเดิมที่ต่ำกว่า เงินที่ได้จึงอาจต่ำกว่าการคิดจากเพดานปัจจุบัน
- จำนวนวันที่ได้รับเงินถูกจำกัดตามเพดานวันต่อครั้งหรือต่อปี โดยนับรวมวันที่เคยได้รับไปแล้ว
- มีอัตราใหม่เริ่มใช้ระหว่างช่วงที่อาจได้รับเงิน ผลนี้ใช้อัตราของวันที่เริ่มว่างงานตลอดทั้งช่วง เพราะกฎกระทรวงฉบับใหม่ไม่มีบทเฉพาะกาล โปรดสอบถามสำนักงานประกันสังคม
- อัตราเงินทดแทนขึ้นกับวันที่เริ่มว่างงาน ผลนี้ใช้อัตราของวันแรกของเดือนที่เลือก กรอกวันที่ว่างงานเพื่อให้ได้อัตราที่ตรงกว่า
แหล่งอ้างอิงของหัวข้อนี้
ดูรายการเอกสารในหัวข้อ เงินทดแทนกรณีว่างงาน · ฐานค่าจ้างและค่าจ้างเฉลี่ยรายวัน
เงินทดแทนขาดรายได้ กรณีเจ็บป่วย
เปิดเครื่องคำนวณ: เงินทดแทนขาดรายได้ กรณีเจ็บป่วย
สูตร
เงินต่อวัน = ค่าจ้างเฉลี่ยรายวัน × 50% สำหรับวันที่แพทย์สั่งให้หยุดงาน ครั้งหนึ่งไม่เกิน 90 วัน และปีหนึ่งไม่เกิน 180 วัน (โรคเรื้อรังที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด ปีละไม่เกิน 365 วัน แต่ยังจำกัดครั้งละ 90 วัน)
ข้อมูลที่ใช้
- ม.33 หรือ ม.39: ม.39 คิดจากค่าจ้าง 4,800 บาท ต่อเดือนตามกฎหมาย ไม่ใช้เงินเดือน
- เงินเดือน (ม.33): ค่าจ้างต่อเดือนที่ใช้คำนวณเงินสมทบ
- จำนวนวันที่แพทย์สั่งให้หยุดงานครั้งนี้
- ในจำนวนนี้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้กี่วัน (ไม่บังคับ) (ม.33): ประกันสังคมไม่จ่ายซ้ำสำหรับวันเหล่านี้ แต่นับรวมในเพดานวัน
- เดือนที่เริ่มรับเงินจากประกันสังคม: ใช้หาค่าจ้างเฉลี่ยรายวัน
- เป็นโรคเรื้อรังตามรายการของสำนักงานประกันสังคมหรือไม่: ถ้าใช่ เพดานรายปีเป็น 365 วันแทน 180 วัน
- วันลาป่วยที่นับไปแล้วในปีนี้ (ไม่บังคับ): หักออกจากเพดานวันรายปี
ตัวอย่าง
ค่าจ้างเต็มเพดาน 17,500 บาท ตลอดช่วงที่ใช้คิด เริ่มรับเงินในเดือนกันยายน 2569: วันละ 291.67 บาท หยุด 30 วันได้ 8,750 บาท
สมมติฐานและค่าประมาณ
นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างระหว่างลาป่วยปีละไม่เกิน 30 วันทำงานก่อน ประกันสังคมจ่ายเงินทดแทนหลังจากนั้น และจ่ายส่วนที่ขาดถ้านายจ้างจ่ายน้อยกว่าสิทธิ วันที่นายจ้างจ่ายนับรวมในเพดานวันด้วย
ต้องจ่ายเงินสมทบอย่างน้อย 3 เดือนในช่วง 15 เดือนก่อนเดือนที่รับการรักษา (เครื่องคำนวณไม่มีช่องนี้ จึงถือว่าครบเงื่อนไข) หลังออกจากงานยังได้สิทธินี้ต่ออีก 6 เดือน
ผู้ประกันตน ม.39 คิดจากค่าจ้าง 4,800 บาท ต่อเดือน ได้วันละ 80 บาท ซึ่งแนะนำให้ยืนยันกับสำนักงานประกันสังคม
ข้อควรทราบที่อาจแสดงใต้ผล
- บางเดือนที่ใช้หาค่าจ้างเฉลี่ยรายวันอยู่ก่อนเพดานค่าจ้างใหม่ จึงคิดจากเพดานเดิมที่ต่ำกว่า เงินที่ได้จึงอาจต่ำกว่าการคิดจากเพดานปัจจุบัน
- สำนักงานประกันสังคมยังไม่มีตัวอย่างอธิบายกรณีนี้ ผลคำนวณใช้หลักเกณฑ์ตามกฎหมาย โปรดสอบถามสำนักงานเพื่อยืนยัน
- จำนวนวันที่มากกว่าปกติสำหรับโรคเรื้อรัง อ้างอิงหน้าเว็บของสำนักงานประกันสังคม เรายังไม่ได้อ่านระเบียบฉบับเต็ม
- จำนวนวันที่ได้รับเงินถูกจำกัดตามเพดานวันต่อครั้งหรือต่อปี โดยนับรวมวันที่เคยได้รับไปแล้ว
- ช่วงแรกนายจ้างจ่ายค่าจ้างระหว่างลาป่วยตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน (ปีละไม่เกิน 30 วันทำงาน) ประกันสังคมจ่ายเงินทดแทนหลังจากนั้น และจ่ายส่วนที่ขาดหากนายจ้างจ่ายน้อยกว่าสิทธิ
แหล่งอ้างอิงของหัวข้อนี้
ดูรายการเอกสารในหัวข้อ เงินทดแทนกรณีเจ็บป่วย · ฐานค่าจ้างและค่าจ้างเฉลี่ยรายวัน
เงินคลอดบุตรประกันสังคม
เปิดเครื่องคำนวณ: เงินคลอดบุตรประกันสังคม
สูตร
ค่าคลอดบุตรเหมาจ่าย 15,000 บาท ต่อการคลอด 1 ครั้ง ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ถ้าสามีภรรยาเป็นผู้ประกันตนทั้งคู่ ใช้สิทธิได้คนเดียว
เงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อคลอดบุตร = ค่าจ้างเฉลี่ยรายวัน × 50% × 90 วัน สำหรับผู้ประกันตนหญิง ไม่เกิน 2 ครั้ง นับตามการคลอด (ฝาแฝดนับ 1 ครั้ง) และไม่ลดลงแม้นายจ้างจ่ายค่าจ้างช่วงลาคลอด
ค่าฝากครรภ์เบิกตามจริงไม่เกิน 1,500 บาท ต่อการตั้งครรภ์ แบ่งเบิกตามอายุครรภ์ แต่ละช่วงไม่เกินยอดดังนี้
- อายุครรภ์ไม่เกิน 12 สัปดาห์: 500 บาท
- อายุครรภ์เกิน 12 ถึง 20 สัปดาห์: 300 บาท
- อายุครรภ์เกิน 20 ถึง 28 สัปดาห์: 300 บาท
- อายุครรภ์เกิน 28 ถึง 32 สัปดาห์: 200 บาท
- อายุครรภ์เกิน 32 สัปดาห์: 200 บาท
ข้อมูลที่ใช้
- ค่าจ้างต่อเดือนช่วงก่อนคลอด (ม.33)
- เดือนที่คลอดหรือเดือนที่กำหนดคลอด: ใช้หาค่าจ้างเฉลี่ยรายวันและนับเงื่อนไขการจ่ายเงินสมทบ
- ผู้ขอรับเงิน: ผู้ประกันตนหญิงที่คลอดบุตรเอง หรือผู้ประกันตนชายที่ขอรับค่าคลอดสำหรับภรรยาที่ไม่ได้เป็นผู้ประกันตน
- เคยได้รับเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อคลอดบุตรมาแล้วกี่ครั้ง: ได้ไม่เกิน 2 ครั้ง
- ม.33 หรือ ม.39: ม.39 คิดจากค่าจ้าง 4,800 บาท ต่อเดือน
- จำนวนเดือนที่จ่ายเงินสมทบใน 15 เดือนก่อนเดือนคลอด (ไม่บังคับ): ถ้าไม่ถึง 5 เดือนจะไม่มีสิทธิ ถ้าไม่กรอกจะถือว่าครบเงื่อนไข
ตัวอย่าง
ค่าจ้างเต็มเพดาน 17,500 บาท ตลอดช่วงที่ใช้คิด คลอดในเดือนกันยายน 2569: เงินสงเคราะห์การหยุดงาน 26,250 บาท รวมค่าคลอด 41,250 บาท
สมมติฐานและค่าประมาณ
ต้องจ่ายเงินสมทบอย่างน้อย 5 เดือนในช่วง 15 เดือนก่อนเดือนที่คลอด ตามวิธีนับของสำนักงานประกันสังคม และค่าจ้างเฉลี่ยรายวันใช้เดือนที่คลอดเป็นเดือนเริ่มมีสิทธิ
ผู้ประกันตนชายได้ค่าคลอดเหมาจ่ายสำหรับภรรยา แต่ไม่ได้เงินสงเคราะห์การหยุดงาน ผู้ประกันตน ม.39 ได้เงินสงเคราะห์การหยุดงาน 7,200 บาท (คิดจากค่าจ้าง 4,800 บาท ต่อเดือน) ซึ่งแนะนำให้ยืนยันกับสำนักงานประกันสังคม
ถ้าทารกเสียชีวิตในครรภ์ก่อน 28 สัปดาห์ จะได้เป็นค่าส่งเสริมสุขภาพสำหรับหญิงตั้งครรภ์ตามอายุครรภ์แทนค่าฝากครรภ์ (รวมไม่เกิน 1,100 บาท) วิธีอ่านเอกสารนี้ยังรอยืนยัน
สิ่งที่ยังไม่ได้คำนวณ
สิทธิหลังสิ้นสภาพผู้ประกันตน และวันลาคลอดที่นายจ้างจ่ายตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน (เป็นเงินจากนายจ้าง ไม่ใช่ประกันสังคม)
ข้อควรทราบที่อาจแสดงใต้ผล
- ตัวเลขนี้คำนวณต่อจากหลักเกณฑ์ที่ประกาศไว้ ไม่ใช่ตัวเลขที่หน่วยงานประกาศไว้โดยตรง
- บางเดือนที่ใช้หาค่าจ้างเฉลี่ยรายวันอยู่ก่อนเพดานค่าจ้างใหม่ จึงคิดจากเพดานเดิมที่ต่ำกว่า เงินที่ได้จึงอาจต่ำกว่าการคิดจากเพดานปัจจุบัน
- สำนักงานประกันสังคมยังไม่มีตัวอย่างอธิบายกรณีนี้ ผลคำนวณใช้หลักเกณฑ์ตามกฎหมาย โปรดสอบถามสำนักงานเพื่อยืนยัน
- จำนวนเดือนที่จ่ายเงินสมทบที่กรอกยังไม่ครบตามเงื่อนไขการเกิดสิทธิ ผลคำนวณจึงเป็น 0
- สิทธินี้จำกัดจำนวนครั้งหรือจำนวนบุตร ผลคำนวณจึงคิดให้เฉพาะส่วนที่อยู่ในสิทธิ
- ผู้ประกันตนชายได้รับค่าคลอดบุตรแบบเหมาจ่าย ส่วนเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรเป็นสิทธิของผู้ประกันตนหญิง
แหล่งอ้างอิงของหัวข้อนี้
ดูรายการเอกสารในหัวข้อ คลอดบุตรและฝากครรภ์ · ฐานค่าจ้างและค่าจ้างเฉลี่ยรายวัน
เงินสงเคราะห์บุตร
เปิดเครื่องคำนวณ: เงินสงเคราะห์บุตร
สูตร
ม.33 และ ม.39: 1,000 บาท × จำนวนบุตร ต่อเดือน ไม่เกินคราวละ 3 คน ตั้งแต่แรกเกิดจนอายุครบ 6 ปี ถ้าพ่อแม่เป็นผู้ประกันตนทั้งคู่ใช้สิทธิได้คนเดียว ไม่รวมบุตรบุญธรรม
ม.40 ทางเลือกที่ 3: 300 บาท ต่อบุตร ไม่เกิน 2 คน จนอายุ 7 ปี ต้องจ่ายเงินสมทบ 24 ใน 36 เดือน และต้องจ่ายเงินสมทบของเดือนที่ขอรับด้วย ทางเลือกที่ 1 และ 2 ไม่มีสิทธินี้
ข้อมูลที่ใช้
- จำนวนบุตรที่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์
- ม.33 หรือ ม.39 (หลักเกณฑ์เดียวกัน) หรือ ม.40 ทางเลือกที่ 3
- เดือนที่ขอรับเงิน
- จำนวนเดือนที่จ่ายเงินสมทบใน 36 เดือนก่อนเดือนที่ขอรับ (ไม่บังคับ): ถ้าไม่ครบเงื่อนไขจะไม่มีสิทธิ ถ้าไม่กรอกจะถือว่าครบเงื่อนไข
ตัวอย่าง
บุตร 2 คน (ม.33): เดือนละ 2,000 บาท ปีละ 24,000 บาท
สมมติฐานและค่าประมาณ
ม.33 และ ม.39 ต้องจ่ายเงินสมทบอย่างน้อย 12 เดือนในช่วง 36 เดือนก่อนเดือนที่มีสิทธิ สิทธิหยุดเมื่อสิ้นสภาพผู้ประกันตน แต่ยังได้ต่อถ้าผู้ประกันตนทุพพลภาพหรือเสียชีวิต
นับบุตรว่ามีสิทธิตราบที่อายุยังไม่ครบตามเกณฑ์ เดือนแรกและเดือนสุดท้ายที่จ่ายช่วงบุตรอายุครบยังไม่มีเอกสารยืนยันแน่ชัด
ข้อควรทราบที่อาจแสดงใต้ผล
- เดือนแรกและเดือนสุดท้ายที่จ่ายเงินสงเคราะห์บุตรช่วงที่บุตรอายุครบตามเกณฑ์ ยังไม่มีเอกสารยืนยันแน่ชัด
- จำนวนเดือนที่จ่ายเงินสมทบที่กรอกยังไม่ครบตามเงื่อนไขการเกิดสิทธิ ผลคำนวณจึงเป็น 0
- สิทธินี้จำกัดจำนวนครั้งหรือจำนวนบุตร ผลคำนวณจึงคิดให้เฉพาะส่วนที่อยู่ในสิทธิ
- ม.40 ทางเลือกที่ 3 ต้องจ่ายเงินสมทบของเดือนที่ขอรับเงินสงเคราะห์บุตรด้วย ถ้ายังไม่ได้จ่าย เดือนนั้นจะยังไม่ได้รับเงิน
แหล่งอ้างอิงของหัวข้อนี้
ดูรายการเอกสารในหัวข้อ เงินสงเคราะห์บุตร · ผู้ประกันตน ม.40
คำนวณบำนาญชราภาพ
เปิดเครื่องคำนวณ: คำนวณบำนาญชราภาพ
สูตร
บำนาญต่อเดือน = ค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย × (20% + 1.5% ทุก 12 เดือนเต็มที่จ่ายเกิน 180 เดือน) ได้เมื่อจ่ายเงินสมทบ ม.33 และ ม.39 รวมกันครบ 180 เดือน (ไม่ต้องติดต่อกัน) อายุครบ 55 ปี และสิ้นสภาพผู้ประกันตน จ่ายตลอดชีวิต
ข้อมูลที่ใช้
- กรอกค่าจ้างแบบไหน: เงินเดือน หรือค่าจ้างเฉลี่ยที่ทราบแล้ว
- เงินเดือนที่ใช้คำนวณเงินสมทบ: เครื่องคำนวณหาค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายให้ โดยแต่ละเดือนคิดไม่เกินเพดานของเดือนนั้น
- ค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายที่ทราบแล้ว: ถ้าสูงกว่าค่าที่เป็นไปได้ในช่วงนั้นจะใช้ค่าสูงสุดแทน
- จำนวนเดือนที่ส่งเงินสมทบทั้งหมด (ม.33 และ ม.39 รวมกัน)
- เดือนสุดท้ายที่ส่งเงินสมทบ
- จำนวนเดือนล่าสุดที่ส่งแบบ ม.39 (ไม่บังคับ): เดือนเหล่านี้คิดที่ 4,800 บาท
ตัวอย่าง
ค่าจ้างเฉลี่ย 15,000 บาท: จ่าย 180 เดือนได้ 20% คือเดือนละ 3,000.00 บาท จ่าย 240 เดือนได้ 27.5% คือเดือนละ 4,125.00 บาท
การปัดเศษ
คิดด้วยความละเอียดเต็มและแสดงทศนิยม 2 ตำแหน่ง ไม่ปัดเป็นบาทเต็ม
สมมติฐานและค่าประมาณ
ค่าจ้างเฉลี่ยใช้ 60 เดือนสุดท้ายที่จ่ายเงินสมทบจริง ข้ามเดือนที่ไม่ได้จ่าย แต่ละเดือนคิดไม่เกินเพดานของเดือนนั้น และเดือนที่เป็น ม.39 คิดที่ 4,800 บาท ค่าเฉลี่ยจึงสูงได้ไม่เกินค่าเฉลี่ยของเพดานในช่วงนั้น เช่น สิ้นสภาพในเดือนกันยายน 2569 ค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ 15,375.00 บาท ถ้ากรอกสูงกว่านั้นจะใช้ค่าสูงสุดแทน
ถ้าผู้รับบำนาญเสียชีวิตภายใน 60 เดือน ทายาทได้บำนาญเดือนสุดท้าย × จำนวนเดือนที่เหลือ (นับเดือนที่เสียชีวิตว่าได้รับแล้ว) ผู้ที่มีสิทธิก่อน 29 เมษายน 2565 ได้อย่างน้อย 10 เท่าของบำนาญ
ผู้รับบำนาญที่กลับเข้าเป็นผู้ประกันตนอีก เมื่อออกอีกครั้งได้เพิ่ม 1.5% ของค่าจ้างเฉลี่ยเดิมทุก 12 เดือนที่จ่ายเพิ่ม
ผู้ที่ย้ายจาก ม.33 เป็น ม.39 คิดตามแนวปฏิบัติของสำนักงานประกันสังคม ส่วนคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3307/2567 เป็นการวินิจฉัยเฉพาะคดี
สิ่งที่ยังไม่ได้คำนวณ
สูตรบำนาญแบบใหม่ (CARE) ยังไม่มีผลบังคับใช้ จึงใช้สูตรปัจจุบัน
ข้อควรทราบที่อาจแสดงใต้ผล
- สำนักงานประกันสังคมยังไม่มีตัวอย่างอธิบายกรณีนี้ ผลคำนวณใช้หลักเกณฑ์ตามกฎหมาย โปรดสอบถามสำนักงานเพื่อยืนยัน
- การคิดบำนาญเมื่อเคยย้ายจาก ม.33 เป็น ม.39 ใช้แนวปฏิบัติของสำนักงานประกันสังคม ส่วนคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3307/2567 เป็นการวินิจฉัยเฉพาะคดี
- ค่าจ้างเฉลี่ยที่กรอกอยู่นอกช่วงที่เป็นไปได้ (ต่ำกว่าฐานขั้นต่ำ หรือสูงกว่าค่าเฉลี่ยของเพดานในช่วงนั้น) จึงใช้ค่าขอบของช่วงแทน
แหล่งอ้างอิงของหัวข้อนี้
ดูรายการเอกสารในหัวข้อ บำนาญและบำเหน็จชราภาพ · ฐานค่าจ้างและค่าจ้างเฉลี่ยรายวัน
คำนวณบำเหน็จชราภาพ
เปิดเครื่องคำนวณ: คำนวณบำเหน็จชราภาพ
สูตร
ได้เมื่อจ่ายเงินสมทบไม่ถึง 180 เดือน สิ้นสภาพผู้ประกันตน และอายุครบ 55 ปี ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต
จ่ายไม่ถึง 12 เดือน: ได้เฉพาะเงินสมทบส่วนชราภาพของผู้ประกันตนเอง ไม่มีผลตอบแทน ตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไป: ได้ส่วนของผู้ประกันตนและนายจ้าง ฝ่ายละ 3% ของฐานค่าจ้างต่อเดือน พร้อมผลตอบแทน ไม่รวมส่วนของรัฐบาล
ข้อมูลที่ใช้
- ส่งเงินสมทบแบบ ม.33 หรือ ม.39
- จำนวนเดือนที่ส่งเงินสมทบทั้งหมด (ไม่ถึง 180 เดือน)
- เงินเดือนที่ใช้คำนวณเงินสมทบ (ม.33): แต่ละเดือนคิดไม่เกินเพดานของเดือนนั้น
- เดือนสุดท้ายที่ส่งเงินสมทบ
- จำนวนเดือนล่าสุดที่ส่งแบบ ม.39 (ไม่บังคับ): เดือนเหล่านี้คิดส่วนชราภาพแบบ ม.39
- อายุตอนส่งเงินสมทบเดือนสุดท้าย (ไม่บังคับ): ถ้ายังไม่ถึง 55 ปี จะประมาณผลตอบแทนไปจนถึงเดือนที่อายุครบ 55 ปี
- ยอดเงินกรณีชราภาพตามใบแจ้งยอดของสำนักงานประกันสังคม (ไม่บังคับ): ใช้แทนยอดประมาณของเดือนก่อนหน้า
- เดือนของยอดในใบแจ้งยอด: ถือเป็นยอด ณ วันแรกของเดือนนั้น
ตัวอย่าง
เดือนที่ได้ค่าจ้างเต็มเพดาน 17,500 บาท: ส่วนของผู้ประกันตน 525 บาท และนายจ้าง 525 บาท รวม 1,050 บาท ต่อเดือน ผู้ประกันตน ม.39 ได้เดือนละ 288 บาท (คำนวณต่อจากอัตรา)
สมมติฐานและค่าประมาณ
ผลตอบแทนเป็นค่าประมาณ: ทบต้นทุกสิ้นปีด้วยอัตราที่ประกาศของแต่ละปี (มีข้อมูลตั้งแต่ปี 2558) ปีที่ยังไม่ประกาศใช้ 2.97% ซึ่งเป็นอัตราที่ประกาศล่าสุด และแสดงช่วงประมาณ 2.53%–4.52% ตามอัตราต่ำสุดและสูงสุดในอดีต
ยอดจากใบแจ้งยอดของสำนักงานประกันสังคมแม่นยำกว่าการประมาณ ถ้ากรอกยอดนี้ เครื่องคำนวณจะใช้แทนยอดของเดือนก่อนหน้า
เดือนที่มีการลดเงินสมทบและไม่ทราบว่านำเข้าบัญชีชราภาพเท่าไร คิดที่ยอดปกติแต่ไม่เกินที่จ่ายจริง และแสดงรายการเดือนที่ประมาณไว้
ข้อควรทราบที่อาจแสดงใต้ผล
- ตัวเลขบางส่วนอ้างอิงจากข่าวหรือแหล่งข้อมูลรอง เพราะยังไม่พบเอกสารทางการฉบับเต็ม ควรถือเป็นค่าประมาณ
- ตัวเลขนี้คำนวณต่อจากหลักเกณฑ์ที่ประกาศไว้ ไม่ใช่ตัวเลขที่หน่วยงานประกาศไว้โดยตรง
- สูตรบำนาญแบบใหม่ (CARE) ได้รับอนุมัติหลักการแล้ว แต่ยังไม่มีผลบังคับใช้ ผลนี้จึงใช้สูตรที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
- ผลนี้ใช้อัตราเงินสมทบที่ลดลงชั่วคราวทั่วประเทศตามที่ประกาศไว้ในช่วงนั้น
- ยังไม่ทราบว่าเดือนที่ลดอัตราเงินสมทบนำเข้าบัญชีชราภาพเท่าไร ยอดในใบแจ้งยอดของสำนักงานประกันสังคมแม่นยำกว่า
- มีรายงานว่าเคยลดอัตราเงินสมทบในช่วงนี้ แต่ยังยืนยันอัตราจากเอกสารทางการไม่ได้ ผลนี้จึงใช้อัตราปกติ
- ข้อมูลบางค่าของช่วงเวลาที่เลือกยังไม่มีแหล่งทางการยืนยัน ผลส่วนนั้นจึงแสดงเท่าที่ทราบ
- ใช้ยอดเงินจากใบแจ้งยอดที่คุณกรอกแทนยอดที่คำนวณได้ก่อนวันที่ของใบแจ้งยอด ส่วนเงินสมทบหลังจากนั้นและผลตอบแทนตั้งแต่วันนั้นยังเป็นค่าประมาณ
- เราตรวจสอบประกาศลดเงินสมทบล่าสุดเมื่อ 29 กันยายน 2569 ยังไม่มีประกาศลดสำหรับเดือนหลังจากนั้น แต่หากมีประกาศลดสำหรับพื้นที่ประสบภัยออกมาภายหลัง อาจมีผลย้อนหลังได้
แหล่งอ้างอิงของหัวข้อนี้
ดูรายการเอกสารในหัวข้อ บำนาญและบำเหน็จชราภาพ · ผู้ประกันตน ม.39
ประกันสังคมลดหย่อนภาษี
เปิดเครื่องคำนวณ: ประกันสังคมลดหย่อนภาษี
สูตร
ลดหย่อนได้เท่าเงินสมทบส่วนของตัวเองที่จ่ายจริงในปีภาษี (ปีปฏิทิน) ไม่เกินยอดสูงสุดตามกฎหมายประกันสังคม ส่วนของนายจ้างและรัฐบาลลดหย่อนไม่ได้ ม.33 นับตามเดือนที่ถูกหักจากค่าจ้าง ม.39 และ ม.40 นับตามวันที่จ่าย
ยอดสูงสุดของ ม.33 คือผลรวมของเงินสมทบสูงสุดในแต่ละเดือนของปี ปีภาษี 2569 จึงเป็น 10,500 บาท (คำนวณจากเพดาน กรมสรรพากรยังไม่ได้เผยแพร่ตัวเลข) และ 8,750 บาท ใน 9 จังหวัดที่มีการลดเงินสมทบ ม.39 5,184 บาท (12 เดือนที่จ่ายตรงเวลา) และ ม.40 840 / 1,200 / 3,600 บาทตามทางเลือก (12 เดือน ไม่รวมเงินออมเพิ่ม)
ข้อมูลที่ใช้
- มาตราที่เป็นผู้ประกันตน (ม.33 ม.39 หรือ ม.40)
- ทางเลือกของ ม.40
- คำนวณจากอะไร: ให้เครื่องคำนวณประมาณจากเงินเดือนหรืออัตราเงินสมทบ หรือกรอกยอดที่จ่ายจริง
- เงินเดือน (ม.33 เมื่อให้ประมาณ)
- เงินสมทบที่จ่ายจริงทั้งปี (เมื่อกรอกยอดจริง): ม.33 ใช้ยอดตามหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายโดยไม่เกินยอดสูงสุดตามกฎหมาย ม.39 และ ม.40 ใช้ยอดตามหนังสือรับรองการส่งเงินสมทบของสำนักงานประกันสังคม
- ปีภาษี
- จังหวัดที่ขึ้นทะเบียนประกันสังคม (ไม่บังคับ) (ม.33 และ ม.39): ใช้ตรวจปีที่มีการลดเงินสมทบเฉพาะพื้นที่
- เดือนแรกที่ส่งเงินสมทบในปีนั้น (เมื่อให้ประมาณ)
- เดือนสุดท้ายที่ส่งเงินสมทบในปีนั้น (เมื่อให้ประมาณ)
สมมติฐานและค่าประมาณ
จ่ายเงินสมทบเกินเพราะมีนายจ้างหลายราย ส่วนที่เกินลดหย่อนไม่ได้ แต่ขอคืนจากสำนักงานประกันสังคมได้ (แบบ สปส.1-23/2)
ถ้าสมรสกันตลอดปีภาษี และคู่สมรสไม่มีเงินได้หรือยื่นแบบรวมกัน นำเงินสมทบของคู่สมรสมาลดหย่อนได้ด้วย โดยแต่ละคนไม่เกินยอดสูงสุดของตัวเอง ถ้าเปลี่ยนมาตราระหว่างปี ให้รวมของแต่ละมาตราโดยแต่ละส่วนไม่เกินยอดสูงสุดของมาตรานั้น ค่าลดหย่อนนี้แยกจากเพดานเบี้ยประกันชีวิตและกองทุนเพื่อการเกษียณ
ปีที่มีการลดเงินสมทบหรือขยายกำหนดส่งเงินสมทบในบางพื้นที่ ยอดของ ม.39 ขึ้นกับวันที่จ่ายจริง ให้ใช้ยอดตามหนังสือรับรองการส่งเงินสมทบ
ข้อควรทราบที่อาจแสดงใต้ผล
- ตัวเลขนี้คำนวณต่อจากหลักเกณฑ์ที่ประกาศไว้ ไม่ใช่ตัวเลขที่หน่วยงานประกาศไว้โดยตรง
- ผลนี้ใช้อัตราเงินสมทบที่ลดลงตามประกาศลดเงินสมทบสำหรับพื้นที่ประสบภัยของจังหวัดที่เลือก
- ประกาศลดเงินสมทบของพื้นที่นี้ออกมาหลังจากบางเดือนจ่ายในอัตราเต็มไปแล้ว ส่วนที่จ่ายเกินขอคืนได้ตามประกาศ
- สำนักงานประกันสังคมยังไม่มีตัวอย่างอธิบายกรณีนี้ ผลคำนวณใช้หลักเกณฑ์ตามกฎหมาย โปรดสอบถามสำนักงานเพื่อยืนยัน
- ตัวเลขนี้คำนวณจากเพดานค่าจ้างตามกฎหมายประกันสังคม กรมสรรพากรยังไม่ได้เผยแพร่ตัวเลขของปีภาษีนี้
- ปีนี้มีการลดอัตราหรือขยายกำหนดส่งเงินสมทบในบางพื้นที่ ยอดที่ใช้ลดหย่อนจริงให้ดูจากหนังสือรับรองการส่งเงินสมทบของสำนักงานประกันสังคม
- เงินสมทบส่วนที่เกินเพดานใช้ลดหย่อนภาษีไม่ได้ ถ้าจ่ายเกินเพราะมีนายจ้างหลายราย ขอคืนส่วนเกินจากสำนักงานประกันสังคมได้ (แบบ สปส.1-23/2)
- เราตรวจสอบประกาศลดเงินสมทบล่าสุดเมื่อ 29 กันยายน 2569 ยังไม่มีประกาศลดสำหรับเดือนหลังจากนั้น แต่หากมีประกาศลดสำหรับพื้นที่ประสบภัยออกมาภายหลัง อาจมีผลย้อนหลังได้
แหล่งอ้างอิงของหัวข้อนี้
ดูรายการเอกสารในหัวข้อ ลดหย่อนภาษี · อัตราเงินสมทบ ม.33 และการปัดเศษ · การลดเงินสมทบชั่วคราวและกำหนดส่งเงินสมทบ
สมมติฐานเมื่อกฎหมายไม่ได้ระบุชัด
ในบางกรณีกฎหมายหรือประกาศไม่ได้บอกวิธีคิดที่ละเอียดพอ เจ้าของเว็บไซต์ได้ตัดสินใจเลือกวิธีต่อไปนี้หลังเทียบกับเอกสารต้นทาง ผลที่ใช้สมมติฐานเหล่านี้จะแสดงข้อควรทราบกำกับไว้
- ส่วนของรัฐบาลแสดงเป็นข้อมูลประกอบ ทศนิยม 2 ตำแหน่ง ไม่รวมในยอดที่ลูกจ้างหรือนายจ้างจ่าย และลดหย่อนภาษีไม่ได้
- การลดเงินสมทบเฉพาะพื้นที่ดูจากจังหวัดที่นายจ้างขึ้นทะเบียน (ม.33) หรือจังหวัดที่ผู้ประกันตนขึ้นทะเบียน (ม.39) ประกาศไม่ได้พูดถึงนายจ้างที่มีหลายสาขาหรือถิ่นที่อยู่ ตัวเลือกจังหวัดจึงปิดไว้เป็นค่าเริ่มต้น
- ประวัติการลดเงินสมทบ: ใช้ตามเอกสารทางการสำหรับการลดที่ยืนยันแล้ว การลดที่อ้างอิงข่าวแสดงเป็นค่าประมาณ และช่วงที่ยืนยันอัตราไม่ได้ใช้อัตราปกติพร้อมข้อควรทราบ
- ค่าจ้างเฉลี่ยรายวัน: แต่ละเดือนใช้เพดานของเดือนนั้น และเดือนที่เริ่มมีสิทธิคือเดือนที่เริ่มได้เงิน (ว่างงาน: เดือนของวันที่ 8 หรือวันที่ขึ้นทะเบียนถ้าขึ้นทะเบียนช้า เจ็บป่วย: เดือนที่ประกันสังคมเริ่มจ่าย คลอดบุตร: เดือนที่คลอด)
- เงินว่างงาน: เงื่อนไขการจ่ายเงินสมทบนับกับนายจ้างรายใดก็ได้ คิดทีละครั้งโดยหักวันที่เคยได้รับในปีนั้น อายุ 55 ปีขึ้นไปเป็นข้อควรทราบ ไม่ใช่การตัดสิทธิ และเหตุสุดวิสัยจากภัยธรรมชาติใช้ตามข่าวประชาสัมพันธ์ของสำนักงานประกันสังคมและมติคณะรัฐมนตรี
- เจ็บป่วย: วันที่นายจ้างจ่ายค่าจ้างระหว่างลาป่วยนับรวมในเพดานวัน โรคเรื้อรังได้เพดานรายปีที่สูงกว่า แต่ยังจำกัดต่อครั้งเท่าเดิม
- คลอดบุตร: นับเงื่อนไขการจ่ายเงินสมทบก่อนเดือนที่คลอด และนับจำนวนครั้งตามการคลอด
- บำนาญ: ใช้ 60 เดือนสุดท้ายที่จ่ายจริงโดยข้ามเดือนที่ว่าง และแสดงทศนิยม 2 ตำแหน่ง
- บำเหน็จ: ส่วนชราภาพของ ม.39 เดือนละ 288 บาท คำนวณต่อจากอัตรา ไม่ปัดเศษแยกแต่ละส่วน และผลตอบแทนคิดตามวิธีในหัวข้อบำเหน็จ
- ภาษี: ยอดสูงสุดของ ม.33 คิดจากผลรวมรายเดือน ม.39 และ ม.40 สมมติว่าจ่าย 12 เดือนต่อปีตรงเวลา และเงินออมเพิ่มของ ม.40 ไม่นับรวม
เรื่องที่ยังรอการยืนยัน
เรื่องต่อไปนี้ยังรอเจ้าของเว็บไซต์ยืนยันหรือรอตรวจสอบเพิ่มเติม รายการที่เป็นวิธีคำนวณใช้อยู่ในการคำนวณแล้ว และบางรายการมีข้อควรทราบกำกับไว้ใต้ผล ถ้าผลของคุณขึ้นกับเรื่องเหล่านี้ แนะนำให้ยืนยันกับสำนักงานประกันสังคม
- ค่าฝากครรภ์กรณีทารกเสียชีวิตในครรภ์ก่อน 28 สัปดาห์: จ่ายเป็นค่าส่งเสริมสุขภาพหญิงตั้งครรภ์แทนค่าฝากครรภ์ ไม่ใช่จ่ายเพิ่ม ตามแนวปฏิบัติของสำนักงานประกันสังคม
- รายละเอียดการประมาณบำเหน็จ: เดือนที่ไม่ทราบสัดส่วนเข้าบัญชีชราภาพคิดที่ยอดปกติแต่ไม่เกินที่จ่ายจริง เงินสมทบได้ผลตอบแทนแบบไม่ทบต้นในปีแรกนับจากเดือนถัดจากเดือนที่จ่าย และปีก่อน 2558 ใช้อัตราสมมติ 2.97%
- ค่าจ้างเฉลี่ยรายวันของผู้ที่มีทั้งเดือน ม.33 และ ม.39: เงินว่างงานนับเฉพาะเดือน ม.33 เจ็บป่วยและคลอดบุตรของ ม.33 นับเดือน ม.39 ที่ 4,800 บาท และสิทธิของ ม.39 นับเฉพาะเดือน ม.39
- วันที่ของยอดในใบแจ้งยอดบำเหน็จ: ถือเป็นยอด ณ วันแรกของเดือนที่กรอก
- มีรายงานจากแหล่งข้อมูลรองเพียงแห่งเดียวว่าอาจมีประกาศลดเงินสมทบเฉพาะพื้นที่อีกฉบับ สำหรับเดือนพฤศจิกายน 2567 ถึงเมษายน 2568 (อาจเป็นจังหวัดนราธิวาส ปัตตานี และพัทลุง) อยู่ระหว่างรอตรวจสอบ จึงยังไม่ได้นำมาคำนวณ แหล่งที่รายงาน (แหล่งข้อมูลรอง): iTAX – บทความเรื่องการลดเงินสมทบประกันสังคม
สิ่งที่ยังไม่มีผลบังคับใช้ จึงยังไม่นำมาคำนวณ
ตามผลการตรวจครั้งล่าสุดของแต่ละเรื่อง เรื่องต่อไปนี้ยังไม่มีผลบังคับใช้ เรื่องที่รอบตรวจทานข้อมูลล่าสุด (29 กันยายน 2569) ไม่ได้ตรวจซ้ำจะระบุไว้ เมื่อประกาศใช้แล้วเราจะปรับข้อมูล และบันทึกไว้ในบันทึกการปรับปรุงข้อมูล
- สูตรบำนาญแบบใหม่ (CARE) ได้รับอนุมัติหลักการจากคณะรัฐมนตรีแล้ว แต่ยังไม่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เครื่องคำนวณบำนาญจึงใช้สูตรปัจจุบัน (รอบตรวจทานข้อมูลล่าสุดเมื่อ 29 กันยายน 2569 ยังไม่ได้ตรวจซ้ำว่าประกาศใช้แล้วหรือไม่ ข้อความนี้จึงเป็นผลการตรวจครั้งก่อน ถ้าเรื่องนี้เกี่ยวกับคุณ โปรดตรวจสอบกับสำนักงานประกันสังคม)
- ส่วนลดเงินสมทบ ม.40 เมื่อจ่ายล่วงหน้าเป็นรายปี ยังเป็นร่างพระราชกฤษฎีกา
- เงินว่างงานกรณีเหตุสุดวิสัยจากการสู้รบบริเวณชายแดน คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการแล้ว แต่ยังไม่พบการประกาศใช้ (รอบตรวจทานข้อมูลล่าสุดเมื่อ 29 กันยายน 2569 ยังไม่ได้ตรวจซ้ำว่าประกาศใช้แล้วหรือไม่ ข้อความนี้จึงเป็นผลการตรวจครั้งก่อน ถ้าเรื่องนี้เกี่ยวกับคุณ โปรดตรวจสอบกับสำนักงานประกันสังคม)
- พระราชกฤษฎีกาขยายความคุ้มครอง ม.33 ไปยังลูกจ้างงานเกษตร งานบ้าน และแผงลอย คณะรัฐมนตรีอนุมัติแล้ว แต่ยังไม่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
- ร่างแก้ไขพระราชบัญญัติประกันสังคมหลายฉบับ เช่น การขยายวันลาคลอดของประกันสังคม และการให้เลือกรับบำเหน็จหรือบำนาญ ยังไม่ได้ประกาศใช้เป็นกฎหมาย
ความน่าเชื่อถือของตัวเลขแต่ละแบบ
ข้อมูลแต่ละรายการมีสถานะกำกับไว้ ผลคำนวณที่ใช้ตัวเลขที่ไม่ใช่ตัวเลขยืนยันแล้ว จะแสดงข้อควรทราบใต้ผล
- ยืนยันแล้ว
- เอกสารทางการระบุตัวเลขไว้โดยตรง และตรวจทานแล้ว
- คำนวณต่อจากหลักเกณฑ์ที่ประกาศ
- ตัวเลขที่คิดต่อจากหลักเกณฑ์ที่ประกาศ หรือวิธีที่เจ้าของเว็บไซต์เลือกเมื่อกฎหมายไม่ได้ระบุชัด เช่น ยอดลดหย่อนภาษี ม.33 ปีภาษี 2569 ที่คิดจากเพดานค่าจ้าง
- ค่าประมาณจากแหล่งข้อมูลรอง
- ตัวเลขที่มีเพียงข่าวหรือแหล่งข้อมูลรองยืนยัน ผลที่ใช้ตัวเลขนี้จะแสดงข้อควรทราบว่าเป็นค่าประมาณ
แหล่งข้อมูลทั้งหมด แยกตามหัวข้อ
รายการนี้สร้างจากข้อมูลชุดเดียวกับเครื่องคำนวณ แต่ละหัวข้อแสดงทุกเอกสารที่ตัวเลขในหัวข้อนั้นอ้างอิง เอกสารทางการเรียงไว้ก่อน ส่วนแหล่งข้อมูลรองมีป้ายกำกับ
ฐานค่าจ้างและค่าจ้างเฉลี่ยรายวัน
- กฎกระทรวง ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2538)
- กฎกระทรวงกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำและขั้นสูงที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบของผู้ประกันตนตามมาตรา 33 พ.ศ. 2568
- ข่าวประชาสัมพันธ์สำนักงานประกันสังคม ฉบับที่ 185/2568 (4 ธ.ค. 2568)
- พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 (ฉบับรวม เผยแพร่โดยสำนักงานประกันสังคม)
- พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2558 (ฉบับรวม สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา)
- ตัวอย่างการคำนวณบำนาญสูตร CARE (เอกสารของสำนักงานประกันสังคม)
อัตราเงินสมทบ ม.33 และการปัดเศษ
- กฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม พ.ศ. 2555
- วารสารประกันสังคม - ปรับลดเงินสมทบ
- กรมสรรพากร - Clear Cut ประเด็นเด็ดเกร็ดลดหย่อน (ประกันสังคม)
- สำนักประชาสัมพันธ์เขต 2 - ค่าลดหย่อนประกันสังคมสูงสุด ปีภาษี 2565
- กฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม พ.ศ. 2565
- ข่าวประชาสัมพันธ์สำนักงานประกันสังคม ฉบับที่ 206/2568 (30 ธ.ค. 2568)
- พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 (ฉบับรวม เผยแพร่โดยสำนักงานประกันสังคม)
การลดเงินสมทบชั่วคราวและกำหนดส่งเงินสมทบ
- กรมสรรพากร - Clear Cut ประเด็นเด็ดเกร็ดลดหย่อน (ประกันสังคม)
- วารสารประกันสังคม - ปรับลดเงินสมทบ
- กฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม พ.ศ. 2565
- สำนักประชาสัมพันธ์เขต 2 - ค่าลดหย่อนประกันสังคมสูงสุด ปีภาษี 2565
- ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขให้ลดหย่อนการออกเงินสมทบของนายจ้างและผู้ประกันตนในท้องที่ที่ประสบภัยพิบัติอย่างร้ายแรง พ.ศ. 2567
- ประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขให้ลดหย่อนการออกเงินสมทบของนายจ้างและผู้ประกันตนในท้องที่ที่ประสบภัยพิบัติอย่างร้ายแรง พ.ศ. 2569
- ข่าวประชาสัมพันธ์สำนักงานประกันสังคม ฉบับที่ 206/2568 (30 ธ.ค. 2568)
- พระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2558
- หน้ารวมข่าวประชาสัมพันธ์ สำนักงานประกันสังคม
- กรมประชาสัมพันธ์: ขยายกำหนดเวลายื่นแบบรายการฯ และนำส่งเงินสมทบ งวดค่าจ้างเดือนพฤศจิกายน 2568 – เมษายน 2569 ออกไปอีก 6 เดือน (มาตรา 33 และมาตรา 39)
- Thai PBS: ประกาศหลักเกณฑ์ลดหย่อนส่งเงินสมทบนายจ้าง 4% ลูกจ้าง 1%
- สยามรัฐ: ราชกิจจาฯ ประกาศกระทรวงแรงงาน ลดหย่อนเงินสมทบของนายจ้าง-ผู้ประกันตน
- พระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2558 มาตรา 21 (เพิ่มมาตรา 46/1), สำเนาราชกิจจานุเบกษา
- Accounting Center: สรุป ปรับลด เงินสมทบประกันสังคม 2564
- กรุงเทพธุรกิจ (6 ก.พ. 2564): กฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสมทบฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564
- คมชัดลึก: ราชกิจจานุเบกษา ประกาศการจ่ายเงินสมทบ กองทุนประกันสังคมอัตราใหม่
ผู้ประกันตน ม.39
- กฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2538)
- สำนักงานประกันสังคม - ผู้ประกันตนโดยสมัครใจ (ม.39)
- กฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม พ.ศ. 2555
- กฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม พ.ศ. 2565
- พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 (ฉบับรวม เผยแพร่โดยสำนักงานประกันสังคม)
- พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2558 (ฉบับรวม สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา)
- พระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2558
- พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 (ฉบับรวม สำนักงานประกันสังคม, มาตรา 39-41)
ผู้ประกันตน ม.40
- พระราชกฤษฎีกากำหนดอัตราการจ่ายเงินสมทบ ประเภทของประโยชน์ทดแทน และหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแห่งสิทธิในการรับประโยชน์ทดแทนของบุคคลซึ่งสมัครเป็นผู้ประกันตน (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2565
- กฎกระทรวง กำหนดอัตราเงินสมทบที่รัฐบาลจ่าย...สำหรับบุคคลซึ่งสมัครเข้าเป็นผู้ประกันตน พ.ศ. 2565
- พระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2558
- พระราชกฤษฎีกากำหนดคุณสมบัติของบุคคลซึ่งอาจสมัครเข้าเป็นผู้ประกันตน พ.ศ. 2561
- พระราชกฤษฎีกากำหนดคุณสมบัติของบุคคลซึ่งอาจสมัครเข้าเป็นผู้ประกันตน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563
- พระราชกฤษฎีกากำหนดอัตราการจ่ายเงินสมทบ ประเภทของประโยชน์ทดแทน และหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแห่งสิทธิในการรับประโยชน์ทดแทนของบุคคลซึ่งสมัครเป็นผู้ประกันตน พ.ศ. 2561
- พระราชกฤษฎีกากำหนดอัตราการจ่ายเงินสมทบ ประเภทของประโยชน์ทดแทน และหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแห่งสิทธิในการรับประโยชน์ทดแทนของบุคคลซึ่งสมัครเป็นผู้ประกันตน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564
- สำนักงานประกันสังคม - แนวปฏิบัติการพิจารณาวินิจฉัยจ่ายประโยชน์ทดแทนของผู้ประกันตนตามมาตรา 40 (12 ม.ค. 2569)
- พระราชกฤษฎีกากำหนดอัตราการจ่ายเงินสมทบ ประเภทของประโยชน์ทดแทน และหลักเกณฑ์และเงื่อนไขแห่งสิทธิในการรับประโยชน์ทดแทนของบุคคลซึ่งสมัครเป็นผู้ประกันตน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2568
- Thai PBS: ประกาศอัตราผลประโยชน์เงินบำเหน็จชราภาพ ม.33 ม.39 ที่ 2.97% - ม.40 ที่ 3.58% ต่อปี
- Thai PBS Policy Watch (3 เม.ย. 2569): เปิดผลตอบแทน 10 ปี เงินบำเหน็จชราภาพ
เงินทดแทนกรณีว่างงาน
- กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน พ.ศ. 2547
- กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568
- ข่าวประชาสัมพันธ์สำนักงานประกันสังคม ฉบับที่ 42/2569 (18 มี.ค. 2569)
- ข่าวประชาสัมพันธ์สำนักงานประกันสังคม ฉบับที่ 138/2569 (20 ส.ค. 2569)
- สรุปมติคณะรัฐมนตรี 21 ต.ค. 2568
- สำนักงานประกันสังคม - หลักเกณฑ์และเงื่อนไข กรณีว่างงาน (เหตุสุดวิสัย)
- พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2558 (ฉบับรวม สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา)
- ข่าวประชาสัมพันธ์สำนักงานประกันสังคม ฉบับที่ 71/2569 (18 พ.ค. 2569)
- ข่าวประชาสัมพันธ์สำนักงานประกันสังคม ฉบับที่ 15/2569 (26 ม.ค. 2569)
- Sanook: อัตราเงินทดแทนกรณีว่างงานช่วงโควิด-19 (อ้างอิงเพจ Facebook ของสำนักงานประกันสังคม)
- สำนักวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง - สิทธิประโยชน์กรณีว่างงาน...โควิด-19
เงินทดแทนกรณีเจ็บป่วย
- พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2558 (ฉบับรวม สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา)
- สำนักงานประกันสังคม - กรณีขอรับเงินทดแทนการขาดรายได้ (6 ธ.ค. 2560)
- กรมประชาสัมพันธ์: สิทธิ 'การลา' ตามกฎหมายแรงงานประเทศไทย
- พระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2558
- ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม: ผู้ประกันตนมาตรา 39 ติดเชื้อโควิดและต้องกักตัว ได้เงินชดเชยวันละ 80 บาท ส่วนมาตรา 40 มี 3 ทางเลือก จริงหรือ
- Thai PBS Policy Watch (2 ธ.ค. 2568): ตัวเลขสิทธิประโยชน์ที่อ้างจากสำนักงานประกันสังคม
คลอดบุตรและฝากครรภ์
- ประกาศคณะกรรมการการแพทย์ฯ 9 ธ.ค. 2563 ในหนังสือเวียนสำนักงานประกันสังคม รง 0629/ว 183 (แนวปฏิบัติการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีคลอดบุตร พ.ศ. 2564)
- สำนักงานประกันสังคม - กรณีคลอดบุตร
- พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2558 (ฉบับรวม สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา)
- info.go.th - ขั้นตอนขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีคลอดบุตร
- Thai PBS Policy Watch (2 ธ.ค. 2568): ตัวเลขสิทธิประโยชน์ที่อ้างจากสำนักงานประกันสังคม
เงินสงเคราะห์บุตร
บำนาญและบำเหน็จชราภาพ
- กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ ระยะเวลา และอัตราการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ พ.ศ. 2550
- สำนักงานประกันสังคม - หลักเกณฑ์และเงื่อนไข กรณีชราภาพ
- พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2558 (ฉบับรวม สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา)
- ตัวอย่างการคำนวณบำนาญสูตร CARE (เอกสารของสำนักงานประกันสังคม)
- กฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม พ.ศ. 2555
- กฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม พ.ศ. 2565
- ประกาศสำนักงานประกันสังคม เรื่อง กำหนดผลประโยชน์ตอบแทนเงินบำเหน็จชราภาพของผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 (ลงวันที่ 24 ก.พ. 2568)
- ประกาศสำนักงานประกันสังคม เรื่อง กำหนดผลประโยชน์ตอบแทนเงินบำเหน็จชราภาพของผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และมาตรา 39 (ลงวันที่ 13 มี.ค. 2569)
- สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่ - บำนาญสูตร CARE
- Thai PBS (24 เม.ย. 2569): สำนักงานประกันสังคมชี้แจงการเฉลี่ยค่าจ้าง 60 เดือนสุดท้าย และคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3307/2567
- Thai PBS Policy Watch (3 เม.ย. 2569): เปิดผลตอบแทน 10 ปี เงินบำเหน็จชราภาพ
ลดหย่อนภาษี
- ประมวลรัษฎากร มาตรา 47(1)(ฌ)
- ภ.ง.ด.91 วิธีกรอกแบบแสดงรายการ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปีภาษี 2568
- กรมสรรพากร - คำอธิบายการกรอกแบบ ภ.ง.ด.94 ปีภาษี 2569
- พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 (ฉบับรวม เผยแพร่โดยสำนักงานประกันสังคม)
- กรมสรรพากร - ร้อยเรื่องลดหย่อน ปีภาษี 2560: หมวดค่าลดหย่อนประกันสังคม
- กฎกระทรวงกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำและขั้นสูงที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบของผู้ประกันตนตามมาตรา 33 พ.ศ. 2568
- กรมสรรพากร - ผู้มีเงินได้มีสิทธิหักลดหย่อนอะไรได้บ้าง? (ปรับปรุง 28 ม.ค. 2568)
- กรมสรรพากร - Clear Cut ประเด็นเด็ดเกร็ดลดหย่อน (ประกันสังคม)
- สำนักประชาสัมพันธ์เขต 2 - ค่าลดหย่อนประกันสังคมสูงสุด ปีภาษี 2565
- พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 (ฉบับรวม สำนักงานประกันสังคม, มาตรา 39-41)
- สำนักงานประกันสังคม - ผู้ประกันตนตามมาตรา 40
- info.go.th - ขอรับเงินสมทบส่วนที่จ่ายเกินคืน กรณีมีนายจ้างหลายราย (สปส.1-23/2)
- พระราชกฤษฎีกากำหนดคุณสมบัติของบุคคลซึ่งอาจสมัครเข้าเป็นผู้ประกันตน พ.ศ. 2561
- พระราชกฤษฎีกากำหนดคุณสมบัติของบุคคลซึ่งอาจสมัครเข้าเป็นผู้ประกันตน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563
- ประชาชาติธุรกิจ - ประกันสังคมปี 2569 ม.33-39-40 ใช้ลดหย่อนภาษีได้เท่าไร
ใครดูแลเว็บไซต์นี้ และแจ้งข้อผิดพลาดได้อย่างไร · ข้อมูลและผลคำนวณบนเว็บไซต์นี้มีไว้เพื่อประกอบการวางแผนเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน กฎหมาย หรือภาษี โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจ