คำนวณบำนาญชราภาพ ประกันสังคม ปี 2569

ประมาณบำนาญรายเดือนตามสูตรที่ใช้อยู่ จากเงินเดือน จำนวนเดือนที่ส่งเงินสมทบ และเดือนสุดท้ายที่ส่ง ผู้ที่ส่งเงินสมทบครบ 180 เดือนขึ้นไปจะได้บำนาญตลอดชีวิตเมื่ออายุครบ 55 ปีและสิ้นสภาพผู้ประกันตน

กรอกข้อมูล

กรอกค่าจ้างแบบไหน

ถือว่าได้เท่านี้ทุกเดือนตลอด 60 เดือนสุดท้าย ถ้าเงินเดือนช่วงนั้นต่างกันมาก ให้เลือกกรอกค่าจ้างเฉลี่ยแทน

ผลรวมค่าจ้างที่ใช้คำนวณเงินสมทบของ 60 เดือนสุดท้าย หารด้วย 60

บำนาญชราภาพต่อเดือน (ประมาณ) 4,228.13 บาท ดูผลคำนวณ

ม.33 และ ม.39 นับรวมกัน ไม่ต้องติดต่อกัน นับถึงเดือนสุดท้ายที่เลือกด้านล่าง (15 ปี = 180 เดือน)

240 เดือน = 20 ปี

เดือนสุดท้ายที่ส่งเงินสมทบ

เดือนที่ออกจากงานหรือหยุดส่ง ม.39 ถ้ายังส่งอยู่ ให้เลือกเดือนที่คาดว่าจะหยุดส่ง

เคยออกจากงานแล้วส่ง ม.39 ต่อ

จำนวนเดือนท้าย ๆ ที่ส่งแบบ ม.39 เดือนเหล่านี้คิดเป็นค่าจ้าง 4,800 บาท ในค่าเฉลี่ย เว้นว่างถ้าไม่เคยส่ง ม.39

ผลคำนวณ

บำนาญชราภาพต่อเดือน (ประมาณ)

4,228.13 บาท

อัตรา 27.5% ของค่าจ้างเฉลี่ย 15,375 บาท

ค่าจ้างเฉลี่ย = (51 × 15,000 + 9 × 17,500) ÷ 60 = 15,375 บาท

ส่งเพิ่มอีก 12 เดือน อัตราจะเพิ่มเป็น 29%

สูตรบำนาญแบบใหม่ (CARE) ยังไม่มีผลบังคับใช้

คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการแล้ว แต่ ณ วันที่ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด (29 กันยายน 2569) ยังไม่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ผลคำนวณนี้จึงใช้สูตรที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน สูตร CARE ต่างจากสูตรปัจจุบันอย่างไร

วิธีคิดบำนาญ
อัตราเมื่อส่งครบ 180 เดือน 20%
ส่วนเพิ่มจากเดือนที่ส่งเกิน 180 เดือน ทุก 12 เดือนที่ส่งเกิน ได้เพิ่ม 1.5% (5 ช่วง) 7.5%
อัตราบำนาญ 27.5%
ค่าจ้างเฉลี่ยที่ใช้คำนวณ 15,375 บาท
รวมต่อปี 50,737.50 บาท
บำนาญต่อเดือน 4,228.13 บาท

เงื่อนไขการได้รับบำนาญ (ต้องครบทุกข้อ)

  • ส่งเงินสมทบครบ 180 เดือน (ม.33 และ ม.39 รวมกัน ไม่ต้องติดต่อกัน) ครบแล้ว
  • อายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ ตรวจสอบเอง
  • สิ้นสภาพการเป็นผู้ประกันตน เช่น ออกจากงานและไม่ได้ส่ง ม.39 ต่อ ตรวจสอบเอง
บำนาญตามจำนวนปีที่ส่งเงินสมทบ
15 ปี (180 เดือน) อัตรา 20% 3,075.00 บาท
20 ปี (240 เดือน) อัตรา 27.5% 4,228.13 บาท
25 ปี (300 เดือน) อัตรา 35% 5,381.25 บาท
30 ปี (360 เดือน) อัตรา 42.5% (มากกว่าจำนวนเดือนที่ส่งได้จนถึงเดือนสุดท้ายที่เลือก) 6,534.38 บาท
35 ปี (420 เดือน) อัตรา 50% (มากกว่าจำนวนเดือนที่ส่งได้จนถึงเดือนสุดท้ายที่เลือก) 7,687.50 บาท

คิดที่ค่าจ้างเฉลี่ยเดียวกับผลด้านบน

ถ้าผู้รับบำนาญเสียชีวิตภายใน 60 เดือนแรก

ทายาทได้รับเงินก้อนเท่ากับบำนาญเดือนสุดท้ายคูณจำนวนเดือนที่เหลือจนครบ 60 เดือน

ตัวอย่าง: รับบำนาญไปแล้ว 12 เดือนแล้วเสียชีวิต ทายาทได้เงินก้อน 202,950.00 บาท (48 เท่าของบำนาญรายเดือน)

อัปเดตข้อมูลล่าสุด:

ผลคำนวณเป็นการประมาณเพื่อใช้วางแผน โปรดตรวจสอบสิทธิจริงกับสำนักงานประกันสังคม

แหล่งอ้างอิงของผลนี้

บำนาญชราภาพคิดอย่างไร

ผู้ประกันตน ม.33 และ ม.39 ที่ส่งเงินสมทบครบ 180 เดือนขึ้นไป จะได้บำนาญชราภาพเป็นเงินรายเดือนตลอดชีวิต เมื่อมีคุณสมบัติครบทุกข้อต่อไปนี้

  • ส่งเงินสมทบรวมกันอย่างน้อย 180 เดือน (15 ปี) ไม่ต้องติดต่อกัน นับเดือน ม.33 และ ม.39 รวมกัน
  • อายุครบ 55 ปีบริบูรณ์
  • สิ้นสภาพการเป็นผู้ประกันตน เช่น ออกจากงานแล้วไม่ได้ส่ง ม.39 ต่อ หรือเลิกส่ง ม.39

สูตรที่ใช้อยู่ในปัจจุบันตามกฎกระทรวงกรณีชราภาพ มีดังนี้

  1. หาค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย นำค่าจ้างที่ใช้คำนวณเงินสมทบของ 60 เดือนสุดท้ายก่อนสิ้นสภาพผู้ประกันตนมารวมกัน แล้วหารด้วย 60 แต่ละเดือนคิดไม่เกินเพดานค่าจ้างของเดือนนั้น และเดือนที่ส่งแบบ ม.39 คิดเป็นค่าจ้าง 4,800 บาท
  2. หาอัตราบำนาญ ส่งครบ 180 เดือนได้ 20% และเพิ่มอีก 1.5% ทุก 12 เดือนที่ส่งเกิน 180 เดือน เศษที่ไม่ครบ 12 เดือนไม่นับ เช่น ส่ง 193 เดือน ได้อัตรา 21.5%
  3. บำนาญต่อเดือน = ค่าจ้างเฉลี่ย × อัตราบำนาญ เช่น ค่าจ้างเฉลี่ย 15,000 บาท ส่ง 193 เดือน ได้บำนาญเดือนละ 3,225.00 บาท

บำนาญเริ่มจ่ายตั้งแต่เดือนถัดจากเดือนที่อายุครบ 55 ปี ถ้าตอนนั้นยังเป็นผู้ประกันตนอยู่ จะเริ่มจ่ายเดือนถัดจากเดือนที่สิ้นสภาพ จากนั้นจ่ายทุกเดือนตลอดชีวิต จำนวนเงินคงที่ ตามหลักเกณฑ์ปัจจุบันไม่มีการปรับตามค่าครองชีพ

ค่าจ้างเฉลี่ยสูงสุดขึ้นกับเดือนที่หยุดส่ง

เพดานค่าจ้างที่ใช้คำนวณเงินสมทบ ม.33 ปรับขึ้นเป็นช่วงตามกฎกระทรวง

  • ถึง 31 ธันวาคม 2568: เพดาน 15,000 บาท
  • ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2571: เพดาน 17,500 บาท
  • ตั้งแต่ 1 มกราคม 2572 ถึง 31 ธันวาคม 2574: เพดาน 20,000 บาท
  • ตั้งแต่ 1 มกราคม 2575: เพดาน 23,000 บาท

ค่าจ้างเฉลี่ยคิดแต่ละเดือนตามเพดานของเดือนนั้น คนที่เงินเดือนเกินเพดานจึงไม่ได้ค่าเฉลี่ยเท่ากับเพดานปัจจุบันทันที แต่ขึ้นกับว่าหยุดส่งเงินสมทบเดือนไหน ตามเพดานที่ประกาศไว้แล้ว ค่าเฉลี่ยสูงสุดที่เป็นไปได้เป็นดังนี้

ค่าจ้างเฉลี่ยสูงสุดตามเดือนสุดท้ายที่ส่งเงินสมทบ
เดือนสุดท้ายที่ส่ง ค่าจ้างเฉลี่ยสูงสุด
กันยายน 2569 บำนาญเมื่อส่ง 180 เดือน ไม่เกิน 3,075.00 บาท 15,375 บาท
ธันวาคม 2571 บำนาญเมื่อส่ง 180 เดือน ไม่เกิน 3,300.00 บาท 16,500 บาท
ธันวาคม 2574 บำนาญเมื่อส่ง 180 เดือน ไม่เกิน 3,800.00 บาท 19,000 บาท
ธันวาคม 2579 บำนาญเมื่อส่ง 180 เดือน ไม่เกิน 4,600.00 บาท 23,000 บาท

ถ้าเพดานค่าจ้างเปลี่ยนจากที่ประกาศไว้ ค่าเฉลี่ยสูงสุดก็จะเปลี่ยนตาม เครื่องคำนวณด้านบนคิดให้ตามเดือนสุดท้ายที่เลือกโดยอัตโนมัติ สรุปการปรับเพดานค่าจ้างและสิ่งที่เปลี่ยนแปลงอื่น ๆ ดูได้ที่ ประกันสังคมปี 2569 เปลี่ยนอะไรบ้าง

ออกจากงานแล้วส่ง ม.39 ต่อ บำนาญเปลี่ยนไหม

เดือนที่ส่ง ม.39 นับรวมเป็นเดือนที่ส่งเงินสมทบ ช่วยให้ครบ 180 เดือนและเพิ่มอัตราบำนาญได้ แต่ในค่าจ้างเฉลี่ย เดือน ม.39 คิดเป็น 4,800 บาท ตามแนวปฏิบัติของสำนักงานประกันสังคม ถ้าเดือนสุดท้ายเป็น ม.39 หลายเดือน ค่าเฉลี่ยจึงลดลง เช่น เงินเดือน 20,000 บาท ส่งรวม 300 เดือน โดย 36 เดือนสุดท้ายเป็น ม.39 ได้บำนาญ 3,108.00 บาท ต่อเดือน ถ้าทุกเดือนเป็น ม.33 จะได้ 5,381.25 บาท

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3307/2567 วินิจฉัยวิธีคิดต่างออกไปในคดีหนึ่ง สำนักงานประกันสังคมชี้แจงว่าเป็นการวินิจฉัยเฉพาะคดี เครื่องคำนวณนี้จึงใช้แนวปฏิบัติของสำนักงาน ถ้าคุณครบเงื่อนไขบำนาญตั้งแต่ตอนเป็น ม.33 แล้วค่อยส่ง ม.39 ควรสอบถามสำนักงานประกันสังคม ดูเงินสมทบและสิทธิของ ม.39 ได้ที่ หน้าประกันสังคม ม.39 เทียบเงื่อนไขและสิทธิของ ม.33 ม.39 และ ม.40 ได้ที่ ม.33 ม.39 ม.40 ต่างกันยังไง

ถ้าผู้รับบำนาญเสียชีวิตภายใน 60 เดือน

ทายาทได้รับเงินก้อนครั้งเดียว (บำเหน็จชราภาพ) ตามหลักเกณฑ์นี้

  • มีสิทธิรับบำนาญตั้งแต่ 29 เมษายน 2565 เป็นต้นไป: บำนาญเดือนสุดท้ายคูณจำนวนเดือนที่เหลือจนครบ 60 เดือน เช่น บำนาญเดือนละ 4,228.13 บาท รับไปแล้ว 12 เดือน ทายาทได้ 48 × 4,228.13 บาท = 202,950.00 บาท
  • มีสิทธิก่อน 29 เมษายน 2565 แต่เสียชีวิตหลังจากนั้น: คิดแบบเดียวกัน แต่ได้อย่างน้อย 10 เท่าของบำนาญ
  • เสียชีวิตก่อน 29 เมษายน 2565: ได้ 10 เท่าของบำนาญตามหลักเกณฑ์เดิม

ถ้ารับบำนาญครบ 60 เดือนแล้ว ทายาทไม่ได้รับเงินก้อนนี้ และบำนาญหยุดจ่ายตั้งแต่เดือนถัดจากเดือนที่เสียชีวิต

สูตรบำนาญแบบใหม่ (CARE) ยังไม่มีผลบังคับใช้

คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการของร่างกฎกระทรวงที่เปลี่ยนวิธีคิดบำนาญเป็นสูตร CARE แล้ว แต่ ณ วันที่เราตรวจสอบข้อมูลล่าสุด (29 กันยายน 2569) ร่างนี้ยังไม่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา จึงยังไม่มีผลบังคับใช้ และรายละเอียดยังอาจเปลี่ยนแปลงได้ ตามร่างที่เผยแพร่ สูตรใหม่จะ

  • คิดจากค่าจ้างเฉลี่ยตลอดช่วงที่ส่งเงินสมทบ โดยปรับค่าจ้างในอดีตเป็นมูลค่าปัจจุบัน แทนค่าเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย
  • เพิ่มอัตราตามจำนวนเดือนจริงที่ส่งเกิน 180 เดือน แทนการเพิ่มทุก 12 เดือน
  • ผู้ที่รับบำนาญอยู่แล้ว จะได้ตามสูตรใหม่ถ้าสูงกว่าเดิม (ไม่จ่ายย้อนหลัง) ถ้าสูตรใหม่ได้น้อยกว่า ได้เท่าเดิม
  • ผู้ที่เริ่มมีสิทธิรับบำนาญในช่วงปีแรก ๆ หลังสูตรใหม่ใช้บังคับ ถ้าสูตรใหม่ได้น้อยกว่าสูตรเดิม จะได้เงินชดเชยส่วนต่างตลอดชีวิต โดยสัดส่วนที่ชดเชยลดลงตามปีที่เริ่มมีสิทธิ
  • ผู้ที่ส่งเงินสมทบไม่ถึง 12 เดือนจะได้บำเหน็จที่รวมส่วนของนายจ้างและผลตอบแทนด้วย

เราจะปรับเครื่องคำนวณเมื่อสูตรใหม่ประกาศใช้ ระหว่างนี้ผลคำนวณในหน้านี้ใช้สูตรปัจจุบัน

ส่งเงินสมทบไม่ครบ 180 เดือน

ถ้าสิ้นสภาพผู้ประกันตนโดยส่งเงินสมทบไม่ครบ 180 เดือน จะไม่ได้บำนาญ แต่ได้บำเหน็จชราภาพเป็นเงินก้อนครั้งเดียว เมื่ออายุครบ 55 ปี ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต (ทายาทรับแทน) ประมาณยอดได้ที่ เครื่องคำนวณบำเหน็จชราภาพ

ตัวอย่างการคำนวณ

คำนวณด้วยสูตรเดียวกับเครื่องคำนวณด้านบน สำหรับผู้ที่ส่งเงินสมทบเดือนสุดท้ายในเดือนกันยายน 2569

ตัวอย่างที่ 1: เงินเดือน 12,000 บาท ส่ง 180 เดือน

เงินเดือน 12,000 บาท ต่ำกว่าเพดานทุกเดือนในช่วง 60 เดือนสุดท้าย ค่าจ้างเฉลี่ยจึงเท่ากับเงินเดือน ส่งครบ 180 เดือนพอดี ได้อัตรา 20% บำนาญ = 12,000 บาท × 20% = 2,400.00 บาท ต่อเดือน

ตัวอย่างที่ 1: เงินเดือน 12,000 บาท ส่ง 180 เดือน
ค่าจ้างเฉลี่ยที่ใช้คำนวณ 12,000 บาท
อัตราบำนาญ 20%
บำนาญต่อเดือน 2,400.00 บาท

ตัวอย่างที่ 2: เงินเดือน 30,000 บาท ส่ง 240 เดือน

เงินเดือนเกินเพดาน แต่ละเดือนจึงคิดที่เพดานของเดือนนั้น ค่าจ้างเฉลี่ยได้ 15,375 บาท ส่ง 240 เดือน เกิน 180 เดือนอยู่ 60 เดือน ครบ 12 เดือน 5 ช่วง อัตราจึงเป็น 27.5% ได้บำนาญ 4,228.13 บาท ต่อเดือน หรือปีละ 50,737.50 บาท

ตัวอย่างที่ 2: เงินเดือน 30,000 บาท ส่ง 240 เดือน
ค่าจ้างเฉลี่ยที่ใช้คำนวณ ค่าจ้างเฉลี่ย = (51 × 15,000 + 9 × 17,500) ÷ 60 = 15,375 บาท 15,375 บาท
อัตราบำนาญ 20% + 7.5% 27.5%
บำนาญต่อเดือน 4,228.13 บาท

ตัวอย่างที่ 3: ส่ง ม.39 ต่อ 36 เดือนสุดท้าย

เงินเดือน 20,000 บาท ส่ง ม.33 แล้วออกจากงานมาส่ง ม.39 ต่อ 36 เดือน รวม 300 เดือน เดือน ม.39 คิดเป็น 4,800 บาท ค่าเฉลี่ยจึงลดลงเหลือ 8,880 บาท ได้บำนาญ 3,108.00 บาท ต่อเดือน น้อยกว่าคนที่ส่ง ม.33 ครบทุกเดือนซึ่งได้ 5,381.25 บาท

ตัวอย่างที่ 3: ส่ง ม.39 ต่อ 36 เดือนสุดท้าย
ค่าจ้างเฉลี่ยที่ใช้คำนวณ ค่าจ้างเฉลี่ย = (24 × 15,000 + 36 × 4,800 ของ ม.39) ÷ 60 = 8,880 บาท 8,880 บาท
อัตราบำนาญ ส่งรวม 300 เดือน 35%
บำนาญต่อเดือน 3,108.00 บาท

คำถามที่พบบ่อย

ต้องส่งประกันสังคมกี่เดือนถึงจะได้บำนาญ

ต้องส่งเงินสมทบรวมกันอย่างน้อย 180 เดือน (15 ปี) โดยนับเดือนที่ส่งแบบ ม.33 และ ม.39 รวมกัน ไม่ต้องติดต่อกัน และต้องอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ พร้อมทั้งสิ้นสภาพการเป็นผู้ประกันตนแล้ว ถ้าส่งไม่ครบ 180 เดือน จะได้บำเหน็จชราภาพเป็นเงินก้อนครั้งเดียวแทน

บำนาญชราภาพคิดอย่างไร

บำนาญต่อเดือน = ค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายก่อนสิ้นสภาพผู้ประกันตน × อัตราบำนาญ อัตราเริ่มที่ 20% เมื่อส่งครบ 180 เดือน และเพิ่มอีก 1.5% ทุก 12 เดือนที่ส่งเกิน 180 เดือน เศษที่ไม่ครบ 12 เดือนไม่นับ เช่น ส่ง 193 เดือน ได้อัตรา 21.5% ถ้าค่าจ้างเฉลี่ย 15,000 บาท จะได้บำนาญเดือนละ 3,225.00 บาท

เงินเดือนเกิน 17,500 บาท ได้บำนาญสูงสุดเท่าไหร่

ค่าจ้างแต่ละเดือนในค่าเฉลี่ยคิดไม่เกินเพดานของเดือนนั้น ถ้าสิ้นสภาพผู้ประกันตนเดือนกันยายน 2569 ค่าจ้างเฉลี่ยสูงสุดที่เป็นไปได้คือ 15,375 บาท ไม่ใช่เพดานปัจจุบัน 17,500 บาท เพราะ 60 เดือนสุดท้ายยังรวมเดือนที่ใช้เพดานเดิม บำนาญสูงสุดจึงเป็น 3,075.00 บาท เมื่อส่ง 180 เดือน และ 4,228.13 บาท เมื่อส่ง 240 เดือน ค่าเฉลี่ยสูงสุดจะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตามเพดานที่ประกาศไว้แล้ว

ออกจากงานแล้วส่ง ม.39 ต่อ บำนาญลดลงไหม

ตามแนวปฏิบัติของสำนักงานประกันสังคม เดือนที่ส่งแบบ ม.39 คิดเป็นค่าจ้าง 4,800 บาท ในค่าเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย ถ้าเดือนท้าย ๆ เป็น ม.39 ค่าเฉลี่ยจึงลดลง เช่น เงินเดือน 20,000 บาท ส่งรวม 300 เดือน โดย 36 เดือนสุดท้ายเป็น ม.39 ได้บำนาญ 3,108.00 บาท ต่อเดือน ขณะที่ถ้าทุกเดือนเป็น ม.33 จะได้ 5,381.25 บาท

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3307/2567 วินิจฉัยต่างออกไปในคดีหนึ่ง แต่สำนักงานประกันสังคมชี้แจงว่าเป็นการวินิจฉัยเฉพาะคดี ถ้าคุณครบเงื่อนไขบำนาญตั้งแต่ตอนเป็น ม.33 แล้วค่อยส่ง ม.39 ควรสอบถามสำนักงานประกันสังคม

ถ้าผู้รับบำนาญเสียชีวิตภายใน 60 เดือน ทายาทได้อะไร

ถ้ามีสิทธิรับบำนาญตั้งแต่ 29 เมษายน 2565 เป็นต้นไป และเสียชีวิตภายใน 60 เดือน ทายาทได้เงินก้อนเท่ากับบำนาญเดือนสุดท้ายคูณจำนวนเดือนที่เหลือจนครบ 60 เดือน เช่น บำนาญเดือนละ 4,228.13 บาท รับไปแล้ว 12 เดือน ทายาทได้ 48 × 4,228.13 บาท = 202,950.00 บาท ผู้ที่มีสิทธิก่อนวันนั้นแต่เสียชีวิตหลังวันนั้น ทายาทได้อย่างน้อย 10 เท่าของบำนาญ ส่วนผู้ที่เสียชีวิตก่อน 29 เมษายน 2565 ใช้หลักเกณฑ์เดิม คือ 10 เท่าของบำนาญ

บำนาญได้ถึงเมื่อไร และปรับขึ้นไหม

บำนาญจ่ายทุกเดือนตลอดชีวิต และหยุดจ่ายตั้งแต่เดือนถัดจากเดือนที่ผู้รับบำนาญเสียชีวิต จำนวนเงินคิดครั้งเดียวตอนเริ่มรับ ตามหลักเกณฑ์ปัจจุบันไม่มีการปรับตามค่าครองชีพ กฎกระทรวงเปิดให้สำนักงานประกันสังคมประกาศบำนาญขั้นต่ำได้ แต่เราไม่พบประกาศกำหนดจำนวนขั้นต่ำ

เริ่มได้รับบำนาญเดือนไหน

เริ่มได้ตั้งแต่เดือนถัดจากเดือนที่อายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ ถ้าตอนอายุครบ 55 ปียังเป็นผู้ประกันตนอยู่ (เช่น ยังทำงานหรือยังส่ง ม.39) จะเริ่มได้ตั้งแต่เดือนถัดจากเดือนที่สิ้นสภาพผู้ประกันตน

รับบำนาญแล้วกลับไปทำงานได้ไหม

ได้ แต่ระหว่างที่กลับมาเป็นผู้ประกันตนจะงดจ่ายบำนาญ เมื่อสิ้นสภาพอีกครั้งจะได้บำนาญเดิมต่อ บวกเพิ่ม 1.5% ของค่าจ้างเฉลี่ยเดิมทุก 12 เดือนที่ส่งเพิ่ม เช่น ค่าจ้างเฉลี่ยเดิม 15,375 บาท ได้เพิ่มเดือนละ 230.63 บาท ต่อทุก 12 เดือนที่ส่ง

ส่งครบ 180 เดือนแล้ว ขอรับเป็นเงินก้อนแทนบำนาญได้ไหม

ตามกฎหมายปัจจุบัน ผู้ที่ส่งครบ 180 เดือนได้รับเป็นบำนาญรายเดือน เลือกรับเป็นเงินก้อนแทนไม่ได้ (ยกเว้นผู้ประกันตนที่ไม่มีสัญชาติไทย ซึ่งสิ้นสภาพผู้ประกันตนและไม่ประสงค์จะพำนักอยู่ในประเทศไทย ตามหลักเกณฑ์ที่กฎกระทรวงกำหนด) มีข้อเสนอแก้กฎหมายให้เลือกได้ แต่ยังไม่ได้ออกเป็นกฎหมาย

สูตรบำนาญ CARE ใช้แล้วหรือยัง

ยังไม่ใช้ คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการของร่างกฎกระทรวงแล้ว แต่ ณ วันที่ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด (29 กันยายน 2569) ยังไม่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา จึงยังไม่มีผลบังคับใช้ บำนาญยังคิดตามสูตรที่อธิบายในหน้านี้

แหล่งอ้างอิง