คำตอบโดยสรุป
ลูกจ้างถูกหักต่อเดือน
คำนวณจากค่าที่กรอกไม่ได้ ลองตรวจสอบตัวเลขอีกครั้ง
875 บาท
ที่อัตราปกติ สำหรับค่าจ้างปี 2569
5% ของฐานค่าจ้าง 17,500 บาท
เงินเดือนเกินเพดาน 17,500 บาท จึงคิดเงินสมทบจากฐาน 17,500 บาท
เพิ่มขึ้น 125 บาท เทียบกับปี 2568 ที่หัก 750 บาท
- นายจ้างจ่ายต่อเดือน
- 875 บาท
- อัตรา 5%
- รวมนำส่งประกันสังคมต่อเดือน
- 1,750 บาท
- ส่วนของลูกจ้างและนายจ้าง
- เงินเดือนหลังหักประกันสังคม
- 27,125 บาท
- ก่อนหักภาษีและรายการอื่น
- เงินที่ถูกหักเทียบกับเงินเดือน
- 3.1%
- อัตราเงินสมทบ 5% ของฐานค่าจ้าง
- ลูกจ้างจ่ายทั้งปี 2569
- 10,500 บาท
- ที่อัตราปกติทุกเดือน
- ลดหย่อนภาษีได้ ปีภาษี 2569
- 10,500 บาท
- ถ้าได้เงินเดือนนี้ครบทั้งปี
ข้อควรทราบ
- เราตรวจสอบประกาศลดเงินสมทบล่าสุดเมื่อ 29 กันยายน 2569 ยังไม่มีประกาศลดสำหรับเดือนหลังจากนั้น แต่หากมีประกาศลดสำหรับพื้นที่ประสบภัยออกมาภายหลัง อาจมีผลย้อนหลังได้
- กรณีนี้มีเงื่อนไขเพิ่มเติม โปรดตรวจสอบกับสำนักงานประกันสังคม
ปรับตัวเลขในเครื่องคำนวณ ดูตารางทุกเงินเดือน
ทำไมเงินเดือน 28,000 บาท ถูกหัก 875 บาท
เงินเดือน 28,000 บาท สูงกว่าเพดานค่าจ้าง 17,500 บาท เงินสมทบจึงคิดจากฐาน 17,500 บาท ไม่ใช่เงินเดือนเต็ม ส่วนที่เกินเพดาน 10,500 บาท ไม่นำมาคิด ลูกจ้างถูกหัก 17,500 บาท × 5% = 875 บาท ต่อเดือน ซึ่งเป็นจำนวนสูงสุดของปี 2569 ที่อัตราปกติ และเพิ่มขึ้น 125 บาทจากปี 2568 ที่หัก 750 บาท
ผลคือตราบที่เพดานค่าจ้างยังเป็น 17,500 บาท (ถึงปี 2571) เงินสมทบ ยอดทั้งปี ค่าลดหย่อนภาษี และสิทธิประโยชน์ที่คิดจากค่าจ้าง (เงินว่างงาน เงินทดแทนเมื่อเจ็บป่วย เงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อคลอดบุตร และบำนาญ) เท่ากับของเงินเดือน 17,500 บาท ทุกอย่าง สิ่งที่ต่างคือสัดส่วนต่อเงินเดือน เงินที่ถูกหักคิดเป็น 3.1% ของเงินเดือน ไม่ใช่ 5% และเงินว่างงานกรณีถูกเลิกจ้าง 10,500 บาท ต่อ 30 วัน คิดเป็น 37.5% ของเงินเดือน
ดูหน้าเงินเดือน 17,500 บาท ซึ่งเท่ากับเพดานค่าจ้าง
ประกันสังคมปี 2569 เปลี่ยนอะไรบ้าง
วิธีคิดเงินสมทบของเงินเดือน 28,000 บาท | เงินเดือน | 28,000 บาท |
| ฐานค่าจ้างที่ใช้คำนวณ เงินเดือนเกินเพดาน 17,500 บาท จึงคิดเงินสมทบจากฐาน 17,500 บาท | 17,500 บาท |
| ลูกจ้างจ่าย อัตรา 5% | 875 บาท |
| นายจ้างจ่าย อัตรา 5% | 875 บาท |
| รวมนำส่งประกันสังคม | 1,750 บาท |
รัฐบาลสมทบเพิ่มอีก 481.25 บาท (2.75% ของฐานค่าจ้าง) เป็นข้อมูลประกอบ ไม่ได้หักจากลูกจ้างหรือนายจ้าง
ที่อัตราปกติ เงินเดือน 28,000 บาท ถูกหัก 875 บาท ทุกเดือนของปี 2569 ยกเว้นเดือนมกราคม 2569 ถึงพฤษภาคม 2569 ใน 9 จังหวัดที่มีประกาศลดเงินสมทบ (ตรัง นครศรีธรรมราช นราธิวาส ปัตตานี พัทลุง ยะลา สงขลา สตูล และสุราษฎร์ธานี) ซึ่งถูกหักเดือนละ 525 บาท
ข้อควรทราบ
- ประกาศลดเงินสมทบของพื้นที่นี้ออกมาหลังจากบางเดือนจ่ายในอัตราเต็มไปแล้ว ส่วนที่จ่ายเกินขอคืนได้ตามประกาศ
- กรณีนี้มีเงื่อนไขเพิ่มเติม โปรดตรวจสอบกับสำนักงานประกันสังคม
เงินเดือน 28,000 บาท ถูกหักเท่าไรในแต่ละช่วง
เงินสมทบส่วนลูกจ้างของเงินเดือน 28,000 บาท ตามเพดานค่าจ้างแต่ละช่วง | ช่วงเวลา | ลูกจ้างถูกหักต่อเดือน |
| ก่อน 2569 เพดานค่าจ้าง 15,000 บาท | 750 บาท |
| 2569–2571 เพดานค่าจ้าง 17,500 บาท · ช่วงปัจจุบัน | 875 บาท |
| 2572–2574 เพดานค่าจ้าง 20,000 บาท | 1,000 บาท |
| 2575 เป็นต้นไป เพดานค่าจ้าง 23,000 บาท | 1,150 บาท |
ตามเพดานที่ประกาศไว้แล้ว ตั้งแต่ 1 มกราคม 2572 ถูกหักเดือนละ 1,000 บาท และตั้งแต่ 1 มกราคม 2575 ถูกหักเดือนละ 1,150 บาท
คิดที่อัตราปกติ ไม่รวมการลดเงินสมทบชั่วคราว และสมมติว่าเงินเดือนไม่เปลี่ยน
รวมทั้งปี 2569 และค่าลดหย่อนภาษี
เงินสมทบทั้งปี 2569 ของเงินเดือน 28,000 บาท | ลูกจ้างจ่ายทั้งปี | 10,500 บาท |
| นายจ้างจ่ายทั้งปี | 10,500 บาท |
| รวมนำส่งทั้งปี | 21,000 บาท |
ยอดทั้งปีนี้คิดจากเงินเดือน 28,000 บาท ทุกเดือน ที่อัตราปกติ ยกเว้นลูกจ้างของนายจ้างใน 9 จังหวัดที่มีประกาศลดเงินสมทบ เดือนมกราคม 2569 ถึงพฤษภาคม 2569 ซึ่งช่วงนั้นถูกหักเดือนละ 525 บาท รวมทั้งปี 8,750 บาท
เงินสมทบส่วนที่ลูกจ้างจ่ายจริงนำไปลดหย่อนภาษีเงินได้ได้ ส่วนที่นายจ้างและรัฐบาลจ่ายนำมาลดหย่อนไม่ได้ ถ้าได้เงินเดือน 28,000 บาท ครบทั้งปีภาษี 2569 ลดหย่อนได้ 10,500 บาท ยกเว้นลูกจ้างของนายจ้างใน 9 จังหวัดที่มีประกาศลดเงินสมทบ เดือนมกราคม 2569 ถึงพฤษภาคม 2569 ซึ่งลดหย่อนได้ 8,750 บาท
ประกันสังคมลดหย่อนภาษี
ข้อควรทราบ
- ตัวเลขนี้คำนวณจากเพดานค่าจ้างตามกฎหมายประกันสังคม กรมสรรพากรยังไม่ได้เผยแพร่ตัวเลขของปีภาษีนี้
- ปีนี้มีการลดอัตราหรือขยายกำหนดส่งเงินสมทบในบางพื้นที่ ยอดที่ใช้ลดหย่อนจริงให้ดูจากหนังสือรับรองการส่งเงินสมทบของสำนักงานประกันสังคม
- กรณีนี้มีเงื่อนไขเพิ่มเติม โปรดตรวจสอบกับสำนักงานประกันสังคม
สิทธิประโยชน์โดยประมาณที่เงินเดือน 28,000 บาท
ตัวเลขด้านล่างประมาณจากสูตรตามกฎหมายประกันสังคม โดยสมมติว่าได้เงินเดือน 28,000 บาท ติดต่อกัน ส่งเงินสมทบครบตามเงื่อนไขของแต่ละสิทธิ และเกิดสิทธิในเดือนกันยายน 2569 เงินทดแทนคิดจากค่าจ้างเฉลี่ยรายวัน คือฐานค่าจ้าง 3 เดือนที่สูงที่สุดใน 15 เดือนก่อนเกิดสิทธิ หารด้วย 90 ได้วันละ 583.33 บาท
เงินทดแทนเทียบกับเงินเดือน 28,000 บาท
เงินทดแทนจากประกันสังคมคิดเป็นสัดส่วนของเงินเดือน 28,000 บาท | กรณี | ได้รับ |
| ว่างงาน กรณีถูกเลิกจ้าง ต่อ 30 วัน คิดเป็น 37.5% ของเงินเดือน | 10,500 บาท |
| ว่างงาน กรณีลาออก หรือสัญญาจ้างสิ้นสุด ต่อ 30 วัน คิดเป็น 18.8% ของเงินเดือน | 5,250 บาท |
| หยุดงานเพราะเจ็บป่วย ต่อ 30 วัน คิดเป็น 31.3% ของเงินเดือน | 8,750 บาท |
| บำนาญ เมื่อส่งเงินสมทบ 15 ปี ต่อเดือน คิดเป็น 12.5% ของเงินเดือน | 3,500 บาท |
| บำนาญ เมื่อส่งเงินสมทบ 30 ปี ต่อเดือน คิดเป็น 26.6% ของเงินเดือน | 7,437.50 บาท |
เงินทดแทนทุกกรณีคิดจากค่าจ้างไม่เกินเพดาน 17,500 บาท เงินเดือนส่วนที่เกินเพดาน 10,500 บาท ไม่นำมาคิด สัดส่วนต่อเงินเดือนจึงต่ำกว่าอัตราตามกฎหมาย เช่น เมื่อเจ็บป่วยได้ 31.3% ของเงินเดือน ไม่ใช่ 50% และยิ่งเงินเดือนสูงกว่าเพดานมาก สัดส่วนนี้ยิ่งลดลง
เงินทดแทนกรณีว่างงาน
เงินทดแทนกรณีว่างงานของเงินเดือน 28,000 บาท | สาเหตุที่ว่างงาน | ต่อ 30 วัน |
| ถูกเลิกจ้าง 60% ของค่าจ้างรายวัน สูงสุด 180 วัน รวม 63,000 บาท | 10,500 บาท |
| ลาออก หรือสัญญาจ้างสิ้นสุด 30% ของค่าจ้างรายวัน สูงสุด 90 วัน รวม 15,750 บาท | 5,250 บาท |
| เหตุสุดวิสัยจากภัยธรรมชาติ 50% ของค่าจ้างรายวัน สูงสุด 180 วัน รวม 52,500 บาท | 8,750 บาท |
| เหตุสุดวิสัยจากโรคระบาด 50% ของค่าจ้างรายวัน สูงสุด 90 วัน รวม 26,250 บาท | 8,750 บาท |
กรณีถูกเลิกจ้างได้ 10,500 บาท ต่อ 30 วัน คิดเป็น 37.5% ของเงินเดือน ต้องส่งเงินสมทบมาแล้วอย่างน้อย 6 เดือนใน 15 เดือนก่อนว่างงาน และขึ้นทะเบียนผู้ว่างงาน ถ้าขึ้นทะเบียนภายใน 30 วันนับจากวันที่ว่างงาน กรณีถูกเลิกจ้างหรือลาออกจะเริ่มได้รับตั้งแต่วันที่ 8 ของการว่างงาน ถ้าขึ้นทะเบียนช้ากว่านั้น เงินทดแทนเริ่มนับจากวันที่ขึ้นทะเบียนและไม่จ่ายย้อนหลัง สำนักงานประกันสังคมจ่ายตามจำนวนวันจริงในแต่ละงวด ตัวเลขต่อ 30 วันจึงเป็นค่าประมาณ
เงินว่างงานประกันสังคม
ข้อควรทราบ
- อัตราและจำนวนวันกรณีว่างงานเพราะเหตุสุดวิสัยจากภัยธรรมชาติ อ้างอิงข่าวประชาสัมพันธ์ของสำนักงานประกันสังคมและมติคณะรัฐมนตรี เรายังไม่ได้อ่านตัวบทกฎกระทรวงฉบับเต็มในราชกิจจานุเบกษา
- กรณีนี้มีเงื่อนไขเพิ่มเติม โปรดตรวจสอบกับสำนักงานประกันสังคม
เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วย
เงินทดแทนการขาดรายได้กรณีเจ็บป่วยของเงินเดือน 28,000 บาท | ต่อวัน | 291.67 บาท |
| ต่อ 30 วัน | 8,750 บาท |
ถ้าแพทย์สั่งให้หยุดงานเพราะเจ็บป่วย ได้เงินทดแทนการขาดรายได้ 50% ของค่าจ้างรายวัน คือวันละ 291.67 บาท ครั้งละไม่เกิน 90 วัน และปีละไม่เกิน 180 วัน (โรคเรื้อรังที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด ปีละไม่เกิน 365 วัน แต่ยังจำกัดครั้งละ 90 วัน) ต้องส่งเงินสมทบมาแล้วอย่างน้อย 3 เดือนใน 15 เดือนก่อนรับบริการทางการแพทย์
เงินทดแทนขาดรายได้ กรณีเจ็บป่วย
ข้อควรทราบ
- ช่วงแรกนายจ้างจ่ายค่าจ้างระหว่างลาป่วยตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน (ปีละไม่เกิน 30 วันทำงาน) ประกันสังคมจ่ายเงินทดแทนหลังจากนั้น และจ่ายส่วนที่ขาดหากนายจ้างจ่ายน้อยกว่าสิทธิ
- จำนวนวันที่มากกว่าปกติสำหรับโรคเรื้อรัง อ้างอิงหน้าเว็บของสำนักงานประกันสังคม เรายังไม่ได้อ่านระเบียบฉบับเต็ม
- กรณีนี้มีเงื่อนไขเพิ่มเติม โปรดตรวจสอบกับสำนักงานประกันสังคม
เงินกรณีคลอดบุตร
เงินกรณีคลอดบุตรของผู้ประกันตนหญิงที่เงินเดือน 28,000 บาท | ค่าคลอดบุตรเหมาจ่าย ต่อครั้ง | 15,000 บาท |
| เงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อคลอดบุตร 50% ของค่าจ้างรายวัน × 90 วัน | 26,250 บาท |
| รวมต่อการคลอด 1 ครั้ง | 41,250 บาท |
ผู้ประกันตนหญิงได้ทั้งค่าคลอดบุตรเหมาจ่ายและเงินสงเคราะห์การหยุดงาน (เงินสงเคราะห์การหยุดงานได้ไม่เกิน 2 ครั้ง) ผู้ประกันตนชายขอรับค่าคลอดบุตรเหมาจ่ายสำหรับภรรยา หรือหญิงที่อยู่กินฉันสามีภริยาโดยเปิดเผยถ้าไม่มีภรรยา แต่ไม่ได้เงินสงเคราะห์การหยุดงาน ถ้าสามีภรรยาเป็นผู้ประกันตนทั้งคู่ ขอรับค่าคลอดบุตรได้เพียงฝ่ายเดียว ต้องส่งเงินสมทบอย่างน้อย 5 เดือนใน 15 เดือนก่อนเดือนที่คลอด และยังเบิกค่าฝากครรภ์ได้ตามจริงไม่เกิน 1,500 บาท ต่อการตั้งครรภ์
เงินคลอดบุตรประกันสังคม
ข้อควรทราบ
- กรณีนี้มีเงื่อนไขเพิ่มเติม โปรดตรวจสอบกับสำนักงานประกันสังคม
บำนาญชราภาพโดยประมาณ
บำนาญชราภาพต่อเดือน ที่ค่าจ้างเฉลี่ย 17,500 บาท | ส่งเงินสมทบ | บำนาญต่อเดือน |
| 15 ปี (180 เดือน) 20% ของค่าจ้างเฉลี่ย | 3,500 บาท |
| 20 ปี (240 เดือน) 27.5% ของค่าจ้างเฉลี่ย | 4,812.50 บาท |
| 25 ปี (300 เดือน) 35% ของค่าจ้างเฉลี่ย | 6,125 บาท |
| 30 ปี (360 เดือน) 42.5% ของค่าจ้างเฉลี่ย | 7,437.50 บาท |
คิดจากค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายก่อนสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน โดยสมมติว่าทุกเดือนเท่ากับฐานค่าจ้างของเงินเดือนนี้ภายใต้เพดานปัจจุบัน คือ 17,500 บาท สูตรปัจจุบันให้ 20% ของค่าจ้างเฉลี่ยเมื่อส่งเงินสมทบครบ 180 เดือน และเพิ่มอีก 1.5% ทุก 12 เดือนที่ส่งเกิน ผู้ที่ได้รับบำนาญต้องอายุครบ 55 ปีและสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนแล้ว
ค่าเฉลี่ยจริงอาจต่ำกว่านี้ เพราะแต่ละเดือนคิดไม่เกินเพดานของเดือนนั้น เช่น ถ้าส่งเงินสมทบเดือนสุดท้ายในเดือนกันยายน 2569 ค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนจะเป็น 15,375 บาท (เดือนก่อน 1 มกราคม 2569 ใช้เพดาน 15,000 บาท) บำนาญเมื่อส่งครบ 180 เดือนจึงประมาณเดือนละ 3,075 บาท
ส่วนเดือนที่ส่งเงินสมทบหลังเพดานปรับขึ้น จะคิดจากฐานค่าจ้างที่สูงขึ้น (เท่าเงินเดือน แต่ไม่เกินเพดานของช่วงนั้น) ฐานของเงินเดือนนี้ตั้งแต่ปี 2572 เป็น 20,000 บาท และตั้งแต่ปี 2575 เป็น 23,000 บาท ถ้าเกษียณหลังจากนั้น ค่าจ้างเฉลี่ยจึงอาจสูงกว่าตัวเลขในตาราง
คำนวณบำนาญชราภาพ
ข้อควรทราบ
- สูตรบำนาญแบบใหม่ (CARE) ได้รับอนุมัติหลักการแล้ว แต่ยังไม่มีผลบังคับใช้ ผลนี้จึงใช้สูตรที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
- กรณีนี้มีเงื่อนไขเพิ่มเติม โปรดตรวจสอบกับสำนักงานประกันสังคม
คำถามที่พบบ่อย
เงินเดือน 28,000 หักประกันสังคมเท่าไหร่
ปี 2569 ที่อัตราปกติ ลูกจ้างถูกหักเดือนละ 875 บาท คิดจาก 5% ของฐานค่าจ้าง 17,500 บาท ซึ่งเป็นเพดานค่าจ้าง เงินเดือนส่วนที่เกินเพดานไม่นำมาคิด เงินเดือนหลังหักประกันสังคมเหลือ 27,125 บาท (ก่อนหักภาษีและรายการอื่น) เงินที่ถูกหักคิดเป็น 3.1% ของเงินเดือน ไม่ใช่ 5% ยอดหักนี้เพิ่มขึ้น 125 บาทจากปี 2568 ที่หัก 750 บาท นายจ้างจ่ายอีก 875 บาท รวมนำส่ง 1,750 บาท ต่อเดือน ยอดหักเท่ากับคนที่เงินเดือน 17,500 บาท ส่วนเดือนมกราคม 2569 ถึงพฤษภาคม 2569 ใน 9 จังหวัดที่มีประกาศลดเงินสมทบ ถูกหักเดือนละ 525 บาท
คำนวณเงินสมทบ ม.33
เงินเดือน 28,000 กับ 17,500 หักประกันสังคมต่างกันไหม
ปี 2569 ที่อัตราปกติ ไม่ต่างกัน ทั้งสองเงินเดือนถูกหักเดือนละ 875 บาท เพราะเงินสมทบคิดจากค่าจ้างไม่เกินเพดาน 17,500 บาท สิทธิประโยชน์ที่คิดจากค่าจ้างจึงเท่ากันด้วย สิ่งที่ต่างคือเงินเดือนหลังหัก (27,125 บาท เทียบกับ 16,625 บาท) และสัดส่วนที่ถูกหัก (3.1% เทียบกับ 5% ของเงินเดือน) ตั้งแต่ 1 มกราคม 2572 ที่เพดานเพิ่มเป็น 20,000 บาท สองเงินเดือนนี้จะถูกหักต่างกัน คือ 1,000 บาท กับ 875 บาท ต่อเดือน (ที่อัตราปกติ)
เงินเดือน 17,500 บาท
เงินเดือน 28,000 ได้เงินว่างงานเท่าไหร่
กรณีถูกเลิกจ้างได้ 60% ของค่าจ้างเฉลี่ยรายวัน คือ 10,500 บาท ต่อ 30 วัน นานสูงสุด 180 วัน รวมไม่เกิน 63,000 บาท กรณีลาออก หรือสัญญาจ้างสิ้นสุดได้ 30% ของค่าจ้างเฉลี่ยรายวัน คือ 5,250 บาท ต่อ 30 วัน นานสูงสุด 90 วัน รวมไม่เกิน 15,750 บาท เงินที่ได้ต่อ 30 วันคิดเป็น 37.5% และ 18.8% ของเงินเดือน 28,000 บาท ไม่ใช่ 60% และ 30% เพราะค่าจ้างที่ใช้คิดไม่เกินเพดาน 17,500 บาท ทั้งสองกรณีต้องส่งเงินสมทบมาแล้วอย่างน้อย 6 เดือนใน 15 เดือนก่อนว่างงาน และขึ้นทะเบียนผู้ว่างงาน ถ้าขึ้นทะเบียนภายใน 30 วันนับจากวันที่ว่างงาน กรณีถูกเลิกจ้างหรือลาออกจะเริ่มได้รับตั้งแต่วันที่ 8 ของการว่างงาน ถ้าขึ้นทะเบียนช้ากว่านั้น เงินทดแทนเริ่มนับจากวันที่ขึ้นทะเบียนและไม่จ่ายย้อนหลัง
เงินว่างงานประกันสังคม
เงินเดือน 28,000 ป่วยได้เงินทดแทนจากประกันสังคมวันละเท่าไหร่
ถ้าแพทย์สั่งให้หยุดงาน ได้เงินทดแทนการขาดรายได้ 50% ของค่าจ้างรายวัน คือวันละ 291.67 บาท ครั้งละไม่เกิน 90 วัน และปีละไม่เกิน 180 วัน (โรคเรื้อรังที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด ปีละไม่เกิน 365 วัน แต่ยังจำกัดครั้งละ 90 วัน) ช่วงแรกนายจ้างจ่ายค่าจ้างระหว่างลาป่วยตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน (ปีละไม่เกิน 30 วันทำงาน) ประกันสังคมจ่ายเงินทดแทนหลังจากนั้น เงินทดแทน 8,750 บาท ต่อ 30 วันคิดเป็น 31.3% ของเงินเดือน 28,000 บาท ไม่ใช่ 50% เพราะค่าจ้างที่ใช้คิดไม่เกินเพดาน 17,500 บาท
เงินทดแทนขาดรายได้ กรณีเจ็บป่วย
เงินเดือน 28,000 ได้เงินคลอดบุตรเท่าไหร่
ผู้ประกันตนหญิงได้ค่าคลอดบุตรเหมาจ่าย 15,000 บาท ต่อครั้ง และเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อคลอดบุตร 50% ของค่าจ้างรายวัน 90 วัน เท่ากับ 26,250 บาท รวม 41,250 บาท เงินสงเคราะห์ 26,250 บาท คิดเป็น 31.3% ของเงินเดือน 90 วัน (84,000 บาท) ไม่ใช่ 50% เพราะค่าจ้างที่ใช้คิดไม่เกินเพดาน 17,500 บาท ผู้ประกันตนชายขอรับค่าคลอดบุตรเหมาจ่ายสำหรับภรรยา หรือหญิงที่อยู่กินฉันสามีภริยาโดยเปิดเผยถ้าไม่มีภรรยา แต่ไม่ได้เงินสงเคราะห์การหยุดงาน ถ้าสามีภรรยาเป็นผู้ประกันตนทั้งคู่ ขอรับค่าคลอดบุตรได้เพียงฝ่ายเดียว
เงินคลอดบุตรประกันสังคม
เงินเดือน 28,000 ได้บำนาญชราภาพเท่าไหร่
ถ้าค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายเท่ากับ 17,500 บาท ส่งเงินสมทบ 15 ปีได้บำนาญประมาณเดือนละ 3,500 บาท 20 ปีได้เดือนละ 4,812.50 บาท 25 ปีได้เดือนละ 6,125 บาท และ 30 ปีได้เดือนละ 7,437.50 บาท บำนาญนี้คิดเป็น 12.5% ถึง 26.6% ของเงินเดือน 28,000 บาท ไม่ใช่ 20% ถึง 42.5% ตามสูตร เพราะค่าจ้างเฉลี่ยคิดไม่เกินเพดาน 17,500 บาท ต้องส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 180 เดือน อายุครบ 55 ปี และสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนแล้ว ตัวเลขนี้ใช้สูตรที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน สูตรบำนาญแบบใหม่ (CARE) ได้รับอนุมัติหลักการแล้วแต่ยังไม่มีผลบังคับใช้
คำนวณบำนาญชราภาพ
เงินเดือน 28,000 ลดหย่อนภาษีจากประกันสังคมได้เท่าไหร่
ปีภาษี 2569 ถ้าได้เงินเดือน 28,000 บาท ครบทั้งปี ลดหย่อนได้ 10,500 บาท ซึ่งเท่ากับเงินสมทบที่ลูกจ้างจ่ายจริงทั้งปี และเป็นยอดสูงสุดของ ม.33 ในปีภาษีนี้ ยกเว้นลูกจ้างของนายจ้างใน 9 จังหวัดที่มีประกาศลดเงินสมทบ เดือนมกราคม 2569 ถึงพฤษภาคม 2569 ซึ่งลดหย่อนได้ 8,750 บาท (ยอดสูงสุดคำนวณจากเพดานค่าจ้างตามกฎหมายประกันสังคม กรมสรรพากรยังไม่ได้เผยแพร่ตัวเลขของปีภาษีนี้) ส่วนที่นายจ้างจ่ายนำมาลดหย่อนไม่ได้
ประกันสังคมลดหย่อนภาษี
ปี 2572 เงินเดือน 28,000 จะหักประกันสังคมเท่าไหร่
ตามกฎกระทรวงที่ประกาศแล้ว ตั้งแต่ 1 มกราคม 2572 เพดานค่าจ้างเป็น 20,000 บาท เงินเดือน 28,000 บาท จะถูกหักเดือนละ 1,000 บาท เพิ่มขึ้น 125 บาทจากปัจจุบัน (ที่อัตราปกติ ถ้าเงินเดือนไม่เปลี่ยน)