คำนวณเงินว่างงานประกันสังคม ปี 2569

กรอกเงินเดือนและสาเหตุที่ว่างงาน เพื่อดูว่าจะได้เงินทดแทนกรณีว่างงานจากประกันสังคมเท่าไรและนานกี่วัน ถูกเลิกจ้างได้ 60% ของค่าจ้างเฉลี่ย ลาออกหรือสัญญาจ้างสิ้นสุดได้ 30%

กรอกข้อมูล

ค่าจ้างที่นายจ้างใช้คำนวณเงินสมทบ ดูได้จากสลิปเงินเดือน สูตรใช้ค่าจ้าง 3 เดือนที่สูงที่สุด ถ้าแต่ละเดือนไม่เท่ากันให้ใส่ค่าเฉลี่ยของ 3 เดือนนั้น

ได้ต่อ 30 วัน 9,000 บาท ดูผลคำนวณ
สาเหตุที่ว่างงาน
เดือนที่เริ่มได้รับเงิน

เงินทดแทนเริ่มนับวันที่ 8 ของการว่างงาน (เหตุสุดวิสัยนับตั้งแต่วันแรกที่หยุดงาน) เลือกเดือนของวันนั้น สูตรใช้ค่าจ้าง 15 เดือนก่อนหน้าเดือนนี้

ตัวเลือกเพิ่มเติม

ถ้ากรอก จะคำนวณวันเริ่มรับเงินและวันสุดท้ายที่ควรขึ้นทะเบียนให้ และใช้อัตราตามวันที่ว่างงาน แทนเดือนที่เลือกด้านบน

ถ้าในปีปฏิทินที่เริ่มรับเงินครั้งนี้เคยได้รับเงินทดแทนกรณีถูกเลิกจ้างหรือลาออกมาแล้ว ให้กรอกจำนวนวัน เพื่อหักออกจากเพดานวันต่อปี

ใช้ตรวจว่าอาจมีสิทธิกรณีชราภาพ ซึ่งมีผลต่อสิทธิรับเงินว่างงาน

ผลคำนวณ

เงินทดแทนกรณีว่างงานต่อ 30 วัน

9,000 บาท

วันละ 300 บาท (60% ของค่าจ้างเฉลี่ยวันละ 500 บาท)

ได้สูงสุด 180 วัน รวม 54,000 บาท

เริ่มรับเงินเดือนกันยายน 2569

ขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานภายใน 30 วันนับจากวันที่ว่างงาน จึงได้เงินตั้งแต่วันที่ 8 ของการว่างงาน

ค่าจ้าง 3 เดือนที่สูงที่สุด ระหว่างมิถุนายน 2568 ถึงสิงหาคม 2569
สิงหาคม 2569 15,000 บาท
กรกฎาคม 2569 15,000 บาท
มิถุนายน 2569 15,000 บาท
รวม 45,000 บาท

ค่าจ้างแต่ละเดือนนับไม่เกินเพดานของเดือนนั้น: 15,000 บาท ถึงเดือนธันวาคม 2568, 17,500 บาท ตั้งแต่เดือนมกราคม 2569

จากค่าจ้างเป็นเงินทดแทน
ค่าจ้างเฉลี่ยรายวัน รวม 45,000 บาท ÷ 90 500 บาท
เงินทดแทนต่อวัน 60% ของค่าจ้างเฉลี่ยรายวัน 300 บาท
ต่อ 30 วัน × 30 วัน 9,000 บาท
รวมตลอดสิทธิ × 180 วัน 54,000 บาท

เทียบทุกสาเหตุที่เงินเดือนนี้

เงินทดแทนต่อ 30 วันตามสาเหตุที่ว่างงาน
สาเหตุ ต่อ 30 วัน
ถูกเลิกจ้าง 60% · 180 วัน · รวม 54,000 บาท 9,000 บาท
ลาออก หรือสัญญาจ้างสิ้นสุด 30% · 90 วัน · รวม 13,500 บาท 4,500 บาท
เหตุสุดวิสัยจากภัยธรรมชาติ 50% · 180 วัน · รวม 45,000 บาท 7,500 บาท
เหตุสุดวิสัยจากโรคระบาด 50% · 90 วัน · รวม 22,500 บาท 7,500 บาท

ใช้ข้อมูลทั้งหมดที่กรอกด้านบน รวมถึงใน “ตัวเลือกเพิ่มเติม” ต่างกันเฉพาะสาเหตุ

อัปเดตข้อมูลล่าสุด:

ผลคำนวณเป็นการประมาณเพื่อใช้วางแผน โปรดตรวจสอบสิทธิจริงกับสำนักงานประกันสังคม

แหล่งอ้างอิงของผลนี้

เงินว่างงานประกันสังคมคิดอย่างไร

ผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ว่างงานได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้เป็นรายวัน คิดจากค่าจ้างเฉลี่ยรายวันคูณอัตราตามสาเหตุที่ว่างงาน วิธีคิดมีดังนี้

  1. หาค่าจ้างเฉลี่ยรายวัน นำค่าจ้างที่ใช้คำนวณเงินสมทบ 3 เดือนที่สูงที่สุด ในช่วง 15 เดือนก่อนเดือนที่เริ่มมีสิทธิ มารวมกันแล้วหารด้วย 90 ค่าจ้างแต่ละเดือนนับไม่เกินเพดานของเดือนนั้น ปัจจุบันเพดานคือ 17,500 บาท ต่อเดือน
  2. คูณอัตราตามสาเหตุ ถูกเลิกจ้าง 60% ลาออกหรือสัญญาจ้างสิ้นสุด 30% และเหตุสุดวิสัย 50% ของค่าจ้างเฉลี่ยรายวัน
  3. คูณจำนวนวันที่มีสิทธิ สำนักงานประกันสังคมจ่ายตามจำนวนวันที่มีสิทธิจริงในแต่ละรอบ ไม่เกินจำนวนวันสูงสุดของแต่ละสาเหตุ ยอดต่อ 30 วันในเครื่องคำนวณเป็นตัวเลขไว้เทียบให้ง่าย

เช่น เงินเดือน 15,000 บาท ถูกเลิกจ้าง ได้ค่าจ้างเฉลี่ยวันละ 500 บาท จึงได้เงินทดแทนวันละ 300 บาท หรือ 9,000 บาท ต่อ 30 วัน

อัตราและจำนวนวันตามสาเหตุที่ว่างงาน

อัตราเงินทดแทนและจำนวนวันสูงสุดตามสาเหตุที่ว่างงาน เดือนกันยายน 2569
สาเหตุ อัตรา สูงสุด
ถูกเลิกจ้าง 60% 180 วัน
ลาออก หรือสัญญาจ้างสิ้นสุด 30% 90 วัน
เหตุสุดวิสัยจากภัยธรรมชาติ 50% 180 วัน
เหตุสุดวิสัยจากโรคระบาด 50% 90 วัน

อัตรากรณีถูกเลิกจ้างเพิ่มจาก 50% เป็น 60% สำหรับการว่างงานตั้งแต่ 28 มิถุนายน 2568 ตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ส่วนผู้ที่ว่างงานก่อนวันนั้นได้ 50%

ในปีปฏิทินเดียวกัน ถ้ามีครั้งใดเป็นการถูกเลิกจ้าง รวมกันได้ไม่เกิน 180 วัน ถ้าทุกครั้งเป็นการลาออกหรือสัญญาจ้างสิ้นสุด รวมกันได้ไม่เกิน 90 วัน ส่วนเหตุสุดวิสัยนับเป็นรายครั้ง

เงื่อนไขการได้รับเงินว่างงาน

  • เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ผู้ประกันตนมาตรา 39 และมาตรา 40 ไม่มีสิทธิกรณีว่างงาน (ดูม.33 ม.39 ม.40 ต่างกันยังไง)
  • จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนว่างงาน ไม่จำเป็นต้องติดต่อกันหรือกับนายจ้างรายเดียวกัน
  • ว่างงานตั้งแต่ 8 วันขึ้นไป
  • ขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานไว้ที่สำนักจัดหางานของรัฐ และไปรายงานตัวทุกเดือนตามนัด
  • มีความสามารถในการทำงาน พร้อมทำงานที่เหมาะสม และไม่ปฏิเสธการฝึกงาน
  • ไม่ได้ถูกเลิกจ้างเพราะทำผิดตามมาตรา 78 เช่น ทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจทำให้นายจ้างเสียหาย (ดูรายการทั้งหมดในคำถามที่พบบ่อย)
  • ไม่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ

ขั้นตอนขอรับเงินว่างงาน

  1. ขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานทางเว็บไซต์ของกรมการจัดหางานภายใน 30 วันนับจากวันที่ว่างงาน ถ้าขึ้นทะเบียนช้ากว่านั้น เงินทดแทนเริ่มนับจากวันที่ขึ้นทะเบียน ไม่จ่ายย้อนหลัง
  2. รายงานตัวทุกเดือนตามวันที่นัด ถ้าไม่ไปรายงานตัวโดยไม่มีเหตุอันสมควร จะไม่ได้เงินทดแทนของเดือนนั้น
  3. สำนักงานประกันสังคมโอนเงินเป็นงวดตามจำนวนวันที่มีสิทธิจริง งวดแรกนับตั้งแต่วันที่เริ่มมีสิทธิถึงวันที่รายงานตัวครั้งแรก หลังจากนั้นแต่ละเดือนแบ่งเป็นงวดตั้งแต่วันที่ 1 ถึงวันที่รายงานตัว และงวดตั้งแต่วันถัดไปถึงสิ้นเดือน เช่น ได้วันละ 300 บาท และนัดรายงานตัววันที่ 15 ของเดือน เดือนตุลาคม 2569 จะได้ 2 งวด คืองวดวันที่ 1–15 มี 15 วัน ได้ 4,500 บาท และงวดวันที่ 16–31 มี 16 วัน ได้ 4,800 บาท
  4. เงินทดแทนหยุดเมื่อได้รับครบตามสิทธิ หรือเมื่อกลับไปทำงานเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และถูกระงับถ้าปฏิเสธงานหรือการฝึกงานที่เหมาะสม

กรณีเหตุสุดวิสัยจากภัยธรรมชาติ ผู้ประกันตนยังเป็นลูกจ้างอยู่ ให้ยื่นแบบ สปส. 2-01/7 พร้อมหนังสือรับรองของนายจ้างต่อสำนักงานประกันสังคม ถ้าออกจากงานแล้วต้องการคงสิทธิกรณีอื่นไว้ ดูการสมัครผู้ประกันตน ม.39

เพดานค่าจ้างใหม่กับเงินว่างงาน

ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 เพดานค่าจ้างเป็น 17,500 บาท ต่อเดือน เงินว่างงานสูงสุดจึงเพิ่มขึ้น แต่ค่าจ้างแต่ละเดือนในช่วงย้อนหลังยังนับตามเพดานของเดือนนั้น ผู้เริ่มรับเงินในเดือนมกราคม 2569 ถึงมีนาคม 2569 จึงได้น้อยกว่าเพดานใหม่ ส่วนผู้เริ่มรับเงินตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 ที่ค่าจ้างถึงเพดานทุกเดือน ถูกเลิกจ้างได้ 10,500 บาท ต่อ 30 วัน

กฎกระทรวงที่ประกาศแล้วกำหนดเพดานใหม่ต่อไปนี้ ถ้าอัตรากรณีถูกเลิกจ้างยังเป็น 60% เงินทดแทนสูงสุดจะเป็น

  • ตั้งแต่ 1 มกราคม 2572 เพดาน 20,000 บาท ได้สูงสุดวันละ 400 บาท หรือ 12,000 บาท ต่อ 30 วัน (ผู้เริ่มรับเงินตั้งแต่เดือนเมษายน 2572)
  • ตั้งแต่ 1 มกราคม 2575 เพดาน 23,000 บาท ได้สูงสุดวันละ 460 บาท หรือ 13,800 บาท ต่อ 30 วัน (ผู้เริ่มรับเงินตั้งแต่เดือนเมษายน 2575)

เรื่องเพดานค่าจ้างใหม่และการเปลี่ยนแปลงอื่นของประกันสังคม ดูประกันสังคมปี 2569 เปลี่ยนอะไรบ้าง

ตัวอย่างการคำนวณ

คำนวณด้วยสูตรเดียวกับเครื่องคำนวณด้านบน โดยถือว่าค่าจ้างเท่ากันทุกเดือนในช่วงย้อนหลัง

ตัวอย่างที่ 1: ถูกเลิกจ้าง เงินเดือน 15,000 บาท

เงินเดือน 15,000 บาท ถูกเลิกจ้าง เริ่มรับเงินเดือนกันยายน 2569 ทุกเดือนนับเต็ม 15,000 บาท รวม 3 เดือนได้ 45,000 บาท หารด้วย 90 ได้ค่าจ้างเฉลี่ยวันละ 500 บาท คูณ 60% ได้วันละ 300 บาท หรือ 9,000 บาท ต่อ 30 วัน ได้ไม่เกิน 180 วัน รวม 54,000 บาท

ตัวอย่างที่ 1: ถูกเลิกจ้าง เงินเดือน 15,000 บาท
ค่าจ้าง 3 เดือนที่สูงที่สุด 45,000 บาท
ค่าจ้างเฉลี่ยรายวัน ÷ 90 500 บาท
เงินทดแทนต่อวัน × 60% 300 บาท
ต่อ 30 วัน 9,000 บาท
รวมตลอดสิทธิ 180 วัน 54,000 บาท

ตัวอย่างที่ 2: ถูกเลิกจ้าง เงินเดือน 30,000 บาท

เงินเดือน 30,000 บาท ถูกเลิกจ้าง เริ่มรับเงินเดือนกันยายน 2569 ค่าจ้างเกินเพดาน จึงนับเดือนละ 17,500 บาท รวม 3 เดือนได้ 52,500 บาท หารด้วย 90 ได้ค่าจ้างเฉลี่ยวันละ 583.33 บาท คูณ 60% ได้วันละ 350 บาท หรือ 10,500 บาท ต่อ 30 วัน ได้ไม่เกิน 180 วัน รวม 63,000 บาท

ตัวอย่างที่ 2: ถูกเลิกจ้าง เงินเดือน 30,000 บาท
ค่าจ้าง 3 เดือนที่สูงที่สุด 52,500 บาท
ค่าจ้างเฉลี่ยรายวัน ÷ 90 583.33 บาท
เงินทดแทนต่อวัน × 60% 350 บาท
ต่อ 30 วัน 10,500 บาท
รวมตลอดสิทธิ 180 วัน 63,000 บาท

ตัวอย่างที่ 3: ลาออก หรือสัญญาจ้างสิ้นสุด เงินเดือน 12,000 บาท

เงินเดือน 12,000 บาท ลาออก หรือสัญญาจ้างสิ้นสุด เริ่มรับเงินเดือนกันยายน 2569 ทุกเดือนนับเต็ม 12,000 บาท รวม 3 เดือนได้ 36,000 บาท หารด้วย 90 ได้ค่าจ้างเฉลี่ยวันละ 400 บาท คูณ 30% ได้วันละ 120 บาท หรือ 3,600 บาท ต่อ 30 วัน ได้ไม่เกิน 90 วัน รวม 10,800 บาท

ตัวอย่างที่ 3: ลาออก หรือสัญญาจ้างสิ้นสุด เงินเดือน 12,000 บาท
ค่าจ้าง 3 เดือนที่สูงที่สุด 36,000 บาท
ค่าจ้างเฉลี่ยรายวัน ÷ 90 400 บาท
เงินทดแทนต่อวัน × 30% 120 บาท
ต่อ 30 วัน 3,600 บาท
รวมตลอดสิทธิ 90 วัน 10,800 บาท

ตัวอย่างที่ 4: ถูกเลิกจ้าง เงินเดือน 17,500 บาท เริ่มรับเงินเดือนกุมภาพันธ์ 2569

เงินเดือน 17,500 บาท ถูกเลิกจ้าง เริ่มรับเงินเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ช่วงย้อนหลังมีทั้งเดือนก่อนและหลังเพดานใหม่ เดือนก่อนเพดานใหม่ยังใช้เพดานเดิม จึงนับเดือนละ 17,500 บาท หรือ 15,000 บาท ตามเพดานของแต่ละเดือน รวม 3 เดือนได้ 47,500 บาท หารด้วย 90 ได้ค่าจ้างเฉลี่ยวันละ 527.78 บาท คูณ 60% ได้วันละ 316.67 บาท หรือ 9,500 บาท ต่อ 30 วัน ได้ไม่เกิน 180 วัน รวม 57,000 บาท

ตัวอย่างที่ 4: ถูกเลิกจ้าง เงินเดือน 17,500 บาท เริ่มรับเงินเดือนกุมภาพันธ์ 2569
ค่าจ้าง 3 เดือนที่สูงที่สุด 47,500 บาท
ค่าจ้างเฉลี่ยรายวัน ÷ 90 527.78 บาท
เงินทดแทนต่อวัน × 60% 316.67 บาท
ต่อ 30 วัน 9,500 บาท
รวมตลอดสิทธิ 180 วัน 57,000 บาท

คำถามที่พบบ่อย

ถูกเลิกจ้างได้เงินว่างงานเท่าไหร่

ถูกเลิกจ้างได้เงินทดแทน 60% ของค่าจ้างเฉลี่ยรายวัน ไม่เกิน 180 วันต่อครั้ง อัตรานี้ใช้กับการว่างงานตั้งแต่ 28 มิถุนายน 2568 ก่อนหน้านั้นได้ 50% ค่าจ้างที่นำมาคิดสูงสุดเดือนละ 17,500 บาท ตามเพดานค่าจ้าง จึงได้สูงสุดวันละ 350 บาท หรือ 10,500 บาท ต่อ 30 วัน รวมไม่เกิน 63,000 บาท ผู้เริ่มรับเงินในเดือนมกราคม 2569 ถึงมีนาคม 2569 จะได้น้อยกว่านี้ เพราะบางเดือนที่นำมาคิดยังใช้เพดานเดิม ถ้าค่าจ้างต่ำกว่าเพดาน ใช้ค่าจ้างจริง เช่น เงินเดือน 15,000 บาท ได้ 9,000 บาท ต่อ 30 วัน

ลาออกเองได้เงินว่างงานไหม ได้เท่าไหร่

ได้ ถ้าจ่ายเงินสมทบครบตามเงื่อนไข การลาออกเองและการทำงานครบตามสัญญาจ้างที่มีกำหนดเวลา ได้เงินทดแทน 30% ของค่าจ้างเฉลี่ยรายวัน ไม่เกิน 90 วัน สูงสุดวันละ 175 บาท หรือ 5,250 บาท ต่อ 30 วัน รวมไม่เกิน 15,750 บาท

ต้องส่งเงินสมทบกี่เดือนถึงได้เงินว่างงาน

ต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนว่างงาน ไม่จำเป็นต้องจ่ายติดต่อกันหรือกับนายจ้างรายเดียวกัน และต้องว่างงานตั้งแต่ 8 วันขึ้นไป

ต้องขึ้นทะเบียนว่างงานภายในกี่วัน ถ้าช้าจะเป็นอย่างไร

ควรขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานทางเว็บไซต์ของกรมการจัดหางานภายใน 30 วันนับจากวันที่ว่างงาน จึงได้เงินทดแทนตั้งแต่วันที่ 8 ของการว่างงาน ถ้าขึ้นทะเบียนช้ากว่านั้น เงินทดแทนเริ่มนับจากวันที่ขึ้นทะเบียนและไม่จ่ายย้อนหลัง

สำนักงานประกันสังคมชี้แจงว่าจ่ายจนกว่าจะได้รับเงินว่างงานครบตามสิทธิ ถ้าขึ้นทะเบียนช้าจึงคาดว่ายังได้ครบจำนวนวันตามสิทธิ โดยเริ่มนับจากวันที่ขึ้นทะเบียน แต่ยังไม่พบเอกสารที่ระบุไว้ตรง ๆ เครื่องคำนวณนี้ถือว่าขึ้นทะเบียนทันเวลา ควรขึ้นทะเบียนให้เร็วที่สุด และสอบถามสำนักงานประกันสังคมถ้าขึ้นทะเบียนช้า

ทำไมเงินว่างงานแต่ละรอบได้ไม่เท่ากัน

สำนักงานประกันสังคมจ่ายเงินทดแทนตามจำนวนวันที่มีสิทธิจริงในแต่ละงวด ไม่ได้จ่ายเดือนละเท่ากัน งวดแรกนับตั้งแต่วันที่เริ่มมีสิทธิถึงวันที่รายงานตัวครั้งแรก หลังจากนั้นแต่ละเดือนแบ่งโอนเป็นงวดตั้งแต่วันที่ 1 ถึงวันที่รายงานตัว และงวดตั้งแต่วันถัดไปถึงสิ้นเดือน เช่น ได้วันละ 300 บาท และนัดรายงานตัววันที่ 15 ของเดือน เดือนตุลาคม 2569 จะได้ 2 งวด คืองวดวันที่ 1–15 มี 15 วัน ได้ 4,500 บาท และงวดวันที่ 16–31 มี 16 วัน ได้ 4,800 บาท ส่วนยอดต่อ 30 วันในเครื่องคำนวณเป็นตัวเลขไว้เทียบให้ง่าย

ปีเดียวว่างงานหลายครั้งได้เงินกี่วัน

นับรวมในปีปฏิทินเดียวกัน ถ้ามีครั้งใดเป็นการถูกเลิกจ้าง รวมกันได้ไม่เกิน 180 วัน ถ้าทุกครั้งเป็นการลาออกหรือสัญญาจ้างสิ้นสุด รวมกันได้ไม่เกิน 90 วัน สิทธิที่ยังได้รับไม่ครบต่อเนื่องไปถึงปีถัดไปได้ กรอกจำนวนวันที่ได้รับไปแล้วใน “ตัวเลือกเพิ่มเติม” เพื่อหักออกจากเพดาน

ถูกเลิกจ้างเพราะทำผิดได้เงินว่างงานไหม

ไม่ได้ ถ้าถูกเลิกจ้างเพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือจงใจทำผิดอาญาต่อนายจ้าง จงใจทำให้นายจ้างเสียหาย ฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบในกรณีร้ายแรง ละทิ้งหน้าที่ติดต่อกันตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดโดยไม่มีเหตุอันสมควร ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างเสียหายร้ายแรง หรือได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุด ยกเว้นความผิดที่กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ ตามมาตรา 78 ของพระราชบัญญัติประกันสังคม

อายุ 55 ปีขึ้นไปยังได้เงินว่างงานไหม

กฎหมายกำหนดว่าผู้ที่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ ไม่มีสิทธิได้รับเงินทดแทนกรณีว่างงาน สิทธิกรณีชราภาพ (บำนาญหรือบำเหน็จ) เกิดเมื่ออายุครบ 55 ปีและความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง ผู้ที่อายุ 55 ปีขึ้นไปและออกจากงานจึงควรสอบถามสำนักงานประกันสังคมว่าควรขอรับเงินกรณีใด เครื่องคำนวณนี้ยังคำนวณให้ และแสดงข้อควรทราบเมื่อกรอกอายุ

ผู้ประกันตน ม.39 และ ม.40 ได้เงินว่างงานไหม

ไม่ได้ เงินทดแทนกรณีว่างงานเป็นสิทธิของผู้ประกันตนมาตรา 33 เท่านั้น ถ้าออกจากงานแล้วอยากคงสิทธิประกันสังคมกรณีอื่นไว้ สมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 ได้ ถ้าเคยจ่ายเงินสมทบ ม.33 มาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน และสมัครภายใน 6 เดือนหลังออกจากงาน

หยุดงานเพราะน้ำท่วมหรือโรคระบาด ได้เงินจากประกันสังคมไหม

ได้ ในกรณีเหตุสุดวิสัย ผู้ประกันตนที่ยังเป็นลูกจ้างแต่ทำงานไม่ได้และไม่ได้รับค่าจ้าง ได้เงินทดแทน 50% ของค่าจ้างเฉลี่ยรายวัน กรณีภัยธรรมชาติ เช่น อัคคีภัย วาตภัย อุทกภัย แผ่นดินไหว ได้ไม่เกิน 180 วันต่อครั้ง นับตั้งแต่วันแรกที่ทำงานไม่ได้ ยื่นแบบ สปส. 2-01/7 พร้อมหนังสือรับรองของนายจ้าง กรณีทางราชการสั่งกักตัวหรือปิดสถานที่เพราะโรคติดต่ออันตราย ได้ 50% ไม่เกิน 90 วันต่อครั้ง และวันที่ได้รับไม่นับรวมกับสิทธิกรณีถูกเลิกจ้างหรือลาออกในภายหลัง ทั้งสองกรณีต้องจ่ายเงินสมทบไม่น้อยกว่า 6 เดือนภายใน 15 เดือนเช่นเดียวกัน

ส่วนกรณีหยุดงานเพราะการสู้รบบริเวณชายแดน คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการเมื่อ 21 ตุลาคม 2568 แต่ ณ วันที่ปรับปรุงข้อมูล (29 กันยายน 2569) ยังไม่พบการประกาศใช้ จึงยังไม่รวมไว้ในเครื่องคำนวณนี้

ค่าจ้างเฉลี่ยรายวันที่ใช้คิดเงินว่างงานคิดอย่างไร

นำค่าจ้างที่ใช้คำนวณเงินสมทบ 3 เดือนที่สูงที่สุด ในช่วง 15 เดือนก่อนเดือนที่เริ่มมีสิทธิ มารวมกันแล้วหารด้วย 90 ค่าจ้างแต่ละเดือนนับไม่เกินเพดานค่าจ้างของเดือนนั้น เช่น ค่าจ้างเดือนละ 17,500 บาท ขึ้นไปทุกเดือน ได้ค่าจ้างเฉลี่ยวันละ 583.33 บาท ส่วนค่าจ้างเดือนละ 1,650 บาท หรือต่ำกว่า นับเป็น 1,650 บาท ได้ค่าจ้างเฉลี่ยวันละ 55 บาท และถ้าถูกเลิกจ้างได้วันละ 33 บาท หลักการนับค่าจ้างแต่ละเดือนไม่เกินเพดานของเดือนนั้น อ้างอิงตัวอย่างการคำนวณของสำนักงานประกันสังคมในเอกสารสูตรบำนาญ CARE เฉพาะส่วนที่คำนวณตามสูตรปัจจุบัน สูตรบำนาญแบบใหม่ (CARE) ยังไม่มีผลบังคับใช้ และไม่เกี่ยวกับการคำนวณเงินว่างงาน

แหล่งอ้างอิง