เงินว่างงานประกันสังคมคิดอย่างไร
ผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ว่างงานได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้เป็นรายวัน คิดจากค่าจ้างเฉลี่ยรายวันคูณอัตราตามสาเหตุที่ว่างงาน วิธีคิดมีดังนี้
- หาค่าจ้างเฉลี่ยรายวัน นำค่าจ้างที่ใช้คำนวณเงินสมทบ 3 เดือนที่สูงที่สุด ในช่วง 15 เดือนก่อนเดือนที่เริ่มมีสิทธิ มารวมกันแล้วหารด้วย 90 ค่าจ้างแต่ละเดือนนับไม่เกินเพดานของเดือนนั้น ปัจจุบันเพดานคือ 17,500 บาท ต่อเดือน
- คูณอัตราตามสาเหตุ ถูกเลิกจ้าง 60% ลาออกหรือสัญญาจ้างสิ้นสุด 30% และเหตุสุดวิสัย 50% ของค่าจ้างเฉลี่ยรายวัน
- คูณจำนวนวันที่มีสิทธิ สำนักงานประกันสังคมจ่ายตามจำนวนวันที่มีสิทธิจริงในแต่ละรอบ ไม่เกินจำนวนวันสูงสุดของแต่ละสาเหตุ ยอดต่อ 30 วันในเครื่องคำนวณเป็นตัวเลขไว้เทียบให้ง่าย
เช่น เงินเดือน 15,000 บาท ถูกเลิกจ้าง ได้ค่าจ้างเฉลี่ยวันละ 500 บาท จึงได้เงินทดแทนวันละ 300 บาท หรือ 9,000 บาท ต่อ 30 วัน
อัตราและจำนวนวันตามสาเหตุที่ว่างงาน
| สาเหตุ | อัตรา | สูงสุด |
|---|---|---|
| ถูกเลิกจ้าง | 60% | 180 วัน |
| ลาออก หรือสัญญาจ้างสิ้นสุด | 30% | 90 วัน |
| เหตุสุดวิสัยจากภัยธรรมชาติ | 50% | 180 วัน |
| เหตุสุดวิสัยจากโรคระบาด | 50% | 90 วัน |
อัตรากรณีถูกเลิกจ้างเพิ่มจาก 50% เป็น 60% สำหรับการว่างงานตั้งแต่ 28 มิถุนายน 2568 ตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ส่วนผู้ที่ว่างงานก่อนวันนั้นได้ 50%
ในปีปฏิทินเดียวกัน ถ้ามีครั้งใดเป็นการถูกเลิกจ้าง รวมกันได้ไม่เกิน 180 วัน ถ้าทุกครั้งเป็นการลาออกหรือสัญญาจ้างสิ้นสุด รวมกันได้ไม่เกิน 90 วัน ส่วนเหตุสุดวิสัยนับเป็นรายครั้ง
เงื่อนไขการได้รับเงินว่างงาน
- เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ผู้ประกันตนมาตรา 39 และมาตรา 40 ไม่มีสิทธิกรณีว่างงาน (ดูม.33 ม.39 ม.40 ต่างกันยังไง)
- จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายใน 15 เดือนก่อนว่างงาน ไม่จำเป็นต้องติดต่อกันหรือกับนายจ้างรายเดียวกัน
- ว่างงานตั้งแต่ 8 วันขึ้นไป
- ขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานไว้ที่สำนักจัดหางานของรัฐ และไปรายงานตัวทุกเดือนตามนัด
- มีความสามารถในการทำงาน พร้อมทำงานที่เหมาะสม และไม่ปฏิเสธการฝึกงาน
- ไม่ได้ถูกเลิกจ้างเพราะทำผิดตามมาตรา 78 เช่น ทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจทำให้นายจ้างเสียหาย (ดูรายการทั้งหมดในคำถามที่พบบ่อย)
- ไม่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพ
ขั้นตอนขอรับเงินว่างงาน
- ขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานทางเว็บไซต์ของกรมการจัดหางานภายใน 30 วันนับจากวันที่ว่างงาน ถ้าขึ้นทะเบียนช้ากว่านั้น เงินทดแทนเริ่มนับจากวันที่ขึ้นทะเบียน ไม่จ่ายย้อนหลัง
- รายงานตัวทุกเดือนตามวันที่นัด ถ้าไม่ไปรายงานตัวโดยไม่มีเหตุอันสมควร จะไม่ได้เงินทดแทนของเดือนนั้น
- สำนักงานประกันสังคมโอนเงินเป็นงวดตามจำนวนวันที่มีสิทธิจริง งวดแรกนับตั้งแต่วันที่เริ่มมีสิทธิถึงวันที่รายงานตัวครั้งแรก หลังจากนั้นแต่ละเดือนแบ่งเป็นงวดตั้งแต่วันที่ 1 ถึงวันที่รายงานตัว และงวดตั้งแต่วันถัดไปถึงสิ้นเดือน เช่น ได้วันละ 300 บาท และนัดรายงานตัววันที่ 15 ของเดือน เดือนตุลาคม 2569 จะได้ 2 งวด คืองวดวันที่ 1–15 มี 15 วัน ได้ 4,500 บาท และงวดวันที่ 16–31 มี 16 วัน ได้ 4,800 บาท
- เงินทดแทนหยุดเมื่อได้รับครบตามสิทธิ หรือเมื่อกลับไปทำงานเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และถูกระงับถ้าปฏิเสธงานหรือการฝึกงานที่เหมาะสม
กรณีเหตุสุดวิสัยจากภัยธรรมชาติ ผู้ประกันตนยังเป็นลูกจ้างอยู่ ให้ยื่นแบบ สปส. 2-01/7 พร้อมหนังสือรับรองของนายจ้างต่อสำนักงานประกันสังคม ถ้าออกจากงานแล้วต้องการคงสิทธิกรณีอื่นไว้ ดูการสมัครผู้ประกันตน ม.39
เพดานค่าจ้างใหม่กับเงินว่างงาน
ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 เพดานค่าจ้างเป็น 17,500 บาท ต่อเดือน เงินว่างงานสูงสุดจึงเพิ่มขึ้น แต่ค่าจ้างแต่ละเดือนในช่วงย้อนหลังยังนับตามเพดานของเดือนนั้น ผู้เริ่มรับเงินในเดือนมกราคม 2569 ถึงมีนาคม 2569 จึงได้น้อยกว่าเพดานใหม่ ส่วนผู้เริ่มรับเงินตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 ที่ค่าจ้างถึงเพดานทุกเดือน ถูกเลิกจ้างได้ 10,500 บาท ต่อ 30 วัน
กฎกระทรวงที่ประกาศแล้วกำหนดเพดานใหม่ต่อไปนี้ ถ้าอัตรากรณีถูกเลิกจ้างยังเป็น 60% เงินทดแทนสูงสุดจะเป็น
- ตั้งแต่ 1 มกราคม 2572 เพดาน 20,000 บาท ได้สูงสุดวันละ 400 บาท หรือ 12,000 บาท ต่อ 30 วัน (ผู้เริ่มรับเงินตั้งแต่เดือนเมษายน 2572)
- ตั้งแต่ 1 มกราคม 2575 เพดาน 23,000 บาท ได้สูงสุดวันละ 460 บาท หรือ 13,800 บาท ต่อ 30 วัน (ผู้เริ่มรับเงินตั้งแต่เดือนเมษายน 2575)
เรื่องเพดานค่าจ้างใหม่และการเปลี่ยนแปลงอื่นของประกันสังคม ดูประกันสังคมปี 2569 เปลี่ยนอะไรบ้าง